โปรตุเกส vs อุรุกวัย : ตรวจความพร้อมรอบแรก นัดสอง ฟุตบอลโลก 2022

โปรตุเกส vs อุรุกวัย : ตรวจความพร้อมรอบแรก นัดสอง ฟุตบอลโลก 2022

ฟุตบอลโลก 2022 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอช : โปรตุเกส vs อุรุกวัย
จันทร์ 28 พฤศจิกายน 2565, 08.00 น.
สนาม : ลูเซล ไอคอนิก สเตเดี้ยม, ลูเซล
ถ่ายทอดสด : CH5

 

ผลงานรอบคัดเลือก
โปรตุเกส
ชนะ ตุรกี 3-1 รอบเพลย์ออฟ
ชนะ มาซิโดเนียเหนือ 2-0 รอบเพลย์ออฟ

อุรุกวัย
อันดับ 3 โซนอเมริกาใต้
เตะ 18 ชนะ 8 เสมอ 4 แพ้ 6 ยิงได้ 22 เสีย 22

 

ฟอร์ม 5 เกมหลังสุด
อุรุกวัย
อุ่นเครื่อง เสมอ สหรัฐอเมริกา 0-0
อุ่นเครื่อง ชนะ ปานามา 5-0
อุ่นเครื่อง แพ้ อิหร่าน 0-1
อุ่นเครื่อง ชนะ แคนาดา 2-0
ฟุตบอลโลก 2022 เสมอ เกาหลีใต้ 0-0

โปรตุเกส
เนชั่นส์ ลีก แพ้ สวิตเซอร์แลนด์ 0-1
เนชั่นส์ ลีก ชนะ สาธารณรัฐเช็ก 4-0
เนชั่นส์ ลีก แพ้ สเปน 0-1
อุ่นเครื่อง ชนะ ไนจีเรีย 4-0
ฟุตบอลโลก 2022 ชนะ กาน่า 3-2

 

ผลการพบกัน : 3 นัด
อุ่นเครื่อง 1966 โปรตุเกส ชนะ 3-0
อุ่นเครื่อง 1972 เสมอ 1-1
ฟุตบอลโลก 2018 อุรุกวัย ชนะ 2-1

 

สภาพทีม
โปรตุเกส
กว่าจะเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2022 มาได้ก็ต้องออกแรงหนักไม่น้อย เมื่อต้องไปตัดสินชะตาในรอบเพลย์ออฟ 2 เกม ส่วนเกมแรกของกลุ่มแม้เก็บ 3 แต้มเต็ม แต่ถือว่ามีร่องรอยตำหนิพอสมควรกับการทุบ กาน่า 3-2

 

สำหรับการตัดตัว 26 คนสุดท้ายเพื่อมาลุยฟุตบอลโลก 2022 ของ แฟร์นันโด ซานโตส มีมองข้ามชื่อบางคนไปเหมือนกัน เช่น ชูเอา มูตินโญ่, เปโดร เนโต้, โชเซ่ ฟอนเต้, มาริโอ รุย, เซดริก โซอาเรส อดมาโชว์ตัวที่กาตาร์ทั้งหมด เช่นเดียวกับ ดีโอโก้ โชต้า กองหน้าลิเวอร์พูล ที่บาดเจ็บ

 

แง่ดีคือ ซานโตส ไม่ได้มีปัญหาตัวเจ็บเพิ่มเติม และการจัดทีมก็จะมาชุดเดิมๆ นำขบวนโดย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่จะยืนเป็น 3 กองหน้าร่วมกับ ชูเอา เฟลิกซ์ และ แบร์นาร์โด้ ซิลวา

 

เกมนี้ยังถือเป็นเกมล้างตาที่ โปรตุเกส หมายมั่นปั้นมือจะเอาคืน อุรุกวัย ให้ได้ หลังโดนทีมจอมโหดตบทิ่ม 2-1 ร่วงรอบ 16 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย

 

อุรุกวัย
เจ้าของแชมป์โลก 2 สมัย (ยุคโบราณ 1930 และ 1950) เป็นอันดับ 3 โซนอเมริกาใต้ตามมาตรฐาน ส่วนเกมแรกของฟุตบอลโลก 2022 เสมอ เกาหลีใต้ ดุเดือดในเกมแต่ไม่ดุเดือดกับสกอร์ ที่ออก 0-0

 

สำหรับการมาฟุตบอลโลก 2022 คงถือเป็นการสั่งลาหลายๆ ตัวเก๋าของทีมจอมโหด ไม่ว่าจะ หลุยส์ ซัวเรซ ในวัย 35, เอดินสัน คาวานี่ 35, มาร์ติน กาเซเรส 35, แฟร์นันโด มุสเลร่า 36 และ ดีเอโก้ โกดิน 36

 

ส่วนของความพร้อม กุนซือ ดีเอโก้ อลอนโซ่ มีปัญหาแค่ โรนัลด์ อเราโฮ เซนเตอร์แบ็กจากบาร์เซโลน่า ที่คาดว่าจะฟื้นไม่ทันรอบแรก ดังนั้นเซนเตอร์แบ็กจะเป็น โกดิน ยืนกับ โฮเซ่ คิมิเนซ ต่อไป

 

ด้านเกมรุกใช้ 3 กองหน้า ดาร์วิน นูนเยซ, หลุยส์ ซัวเรซ, ฟาคุนโด้ เปยิสตรี้ ลงล่าตาข่ายตามเดิม ส่วน คาวานี่ นั่งสำรองไปก่อน

 

ตัวความหวัง
โปรตุเกส : คริสเตียโน่ โรนัลโด้
แม้จะมีปัญหาทั้งเรื่องฟอร์มการเล่นและเรื่องอื่นๆ จนทำให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มีครึ่งซีซั่นแรกกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ไม่ดี (3 ประตูจาก 16 นัด) จนสุดท้ายแยกทางกันไปเป็นฟรีเอเยนต์ แต่ในระดับนานาชาติที่สปีดบอลช้ากว่า ยอดแข้งวัย 37 ยังอันตรายสำหรับทุกคู่แข่งเสมอ เช่นเดียวกับที่สามารถปิดสกอร์ได้จากทุกรูปแบบ ใกล้ไกล ลูกนิ่งลูกเคลื่อนไหว ซึ่ง โรนัลโด้ ก็ทำสถิติยิงในฟุตบอลโลกได้ 5 สมัยแล้ว จากการกดจุดโทษนำ กาน่า 1-0 นัดก่อน

 

อุรุกวัย : ดาร์วิน นูนเยซ
กด 34 ประตูกับการเล่นให้ เบนฟิก้า ซีซั่นก่อน จนทำให้ ลิเวอร์พูล ทุ่ม 85 ล้านปอนด์ (รวมออปชั่นเสริม) ดึงมาเสริมทัพ ซึ่งผลงานก็ออกมาไม่เลวเลยกับปีแรกของการเล่นในอังกฤษ สอยไป 9 ประตูจาก 18 นัด ซึ่งพร้อมๆ กันกับที่ เอดินสัน คาวานี่ กับ หลุยส์ ซัวเรซ โรยราไปตามกาลเวลา นูนเยซ วัย 23 ก็ก้าวขึ้นมาเป็นความหวังใหม่ในเกมรุกทัพจอมโหดได้ทันที ถึงตรงนี้เล่นทีมชาติ 14 นัด ซัดแล้ว 3 ตุง

 

11 ตัวจริงที่คาด
โปรตุเกส (4-3-3, กุนซือ แฟร์นันโด ซานโตส) ดีโอโก้ คอสต้า – ราฟาเอล เกร์เรยโร่, ดานิโล่ เปเรยร่า, รูเบน ดิอาส, ชูเอา กันเซโล่ – รูเบน เนเวส, โอตาวิโอ, บรูโน่ แฟร์นันเดส – ชูเอา เฟลิกซ์, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, แบร์นาร์โด้ ซิลวา
อุรุกวัย (4-3-3, กุนซือ ดีเอโก้ อลอนโซ่) เซร์คิโอ โรเช่ต์ – มาติอัส โอลิเวร่า, โฮเซ่ คิมิเนซ, ดีเอโก้ โกดิน, มาร์ติน กาเซเรส – โรดริโก้ เบนตันกูร์, มาติอัส เวซิโน่, เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ – ดาร์วิน นูนเยซ, หลุยส์ ซัวเรซ, ฟาคุนโด้ เปยิสตรี้

 

สถิติที่เกี่ยวข้อง
• ตลอดหน้าประวัติศาสตร์ พบกันมาแค่ 3 ครั้ง ผลัดกันแพ้ชนะฝั่งละหน
• เจอล่าสุดในฟุตบอลโลกหนที่แล้ว รอบ 16 ทีม เอดินสัน คาวานี่ ซัดสองเม็ดสยบฝอยทอง 2-1
• โปรตุเกส เพิ่งได้เข้าเล่นรอบสุดท้ายฟุตบอลโลก ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 8 เท่านั้น และไม่เคยเข้าถึงชิงชนะเลิศมาก่อน ดีที่สุดอันดับ 3 ปี 1966
• อุรุกวัย เข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2018 (ก่อนแพ้ฝรั่งเศส 0-2) ถัดจากที่เข้ารอบ 16 ทีม (2014) และคว้าอันดับ 4 (2010) ก่อนหน้านั้น
• นอกจาก โรนัลโด้ มีอีกแค่ 2 คนที่ยิงเกิน 10 ลูกในทีมชาติโปรตุเกส คือ อันเดร ซิลวา (19) กับ บรูโน่ แฟร์นันเดส (11)

 

ความน่าจะเป็น
คู่คี่สูสี ความแข็งแกร่งพอๆ กัน แถมต่างฝ่ายต่างก็มีอาวุธเด็ดที่เกมรุก ซึ่งก็ทำให้มีโอกาสที่เกมนี้จะออกได้ครบทุกหน้า ไม่ว่า โปรตุเกสชนะ, เสมอกัน หรือ อุรุกวัยชนะ ตีเป็นเปอร์เซ็นต์อาจอยู่ที่ 33% ในทุกผล และเกมก็น่าจะตัดสินกันด้วยรายละเอียดเล็กๆ การฉวยโอกาสความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หรือไม่ก็แบ่งแต้มกันแบบแฟร์ๆ

 

ผลที่คาด : เสมอ 1-1

 

โปรแกรมถัดไป
ศุกร์ 2 ธันวาคม 2565
22.00 — เกาหลีใต้ vs โปรตุเกส
22.00 — กาน่า vs อุรุกวัย

บราซิล vs สวิตเซอร์แลนด์ : ตรวจความพร้อมรอบแรก นัดสอง ฟุตบอลโลก 2022

บราซิล vs สวิตเซอร์แลนด์ : ตรวจความพร้อมรอบแรก นัดสอง ฟุตบอลโลก 2022

ฟุตบอลโลก 2022 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มจี : บราซิล vs สวิตเซอร์แลนด์
จันทร์ 28 พฤศจิกายน 2565, 23.00 น.
สนาม : สเตเดี้ยม 974, โดฮา
ถ่ายทอดสด : One31

 

ผลงานรอบคัดเลือก
บราซิล
แชมป์โซนอเมริกาใต้
เตะ 17 ชนะ 14 เสมอ 3 แพ้ 0 ยิงได้ 40 เสีย 5

สวิตเซอร์แลนด์
แชมป์กลุ่มซี โซนยุโรป
เตะ 8 ชนะ 5 เสมอ 3 ยิงได้ 15 เสีย 2

 

ฟอร์ม 5 เกมหลังสุด
บราซิล
อุ่นเครื่อง ชนะ เกาหลีใต้ 5-1
กิริน คัพ ชนะ ญี่ปุ่น 1-0
อุ่นเครื่อง ชนะ กาน่า 3-0
อุ่นเครื่อง ชนะ ตูนิเซีย 5-1
ฟุตบอลโลก 2022 ชนะ เซอร์เบีย 2-0

สวิตเซอร์แลนด์
เนชั่นส์ ลีก ชนะ โปรตุเกส 1-0
เนชั่นส์ ลีก ชนะ สเปน 2-1
เนชั่นส์ ลีก ชนะ สาธารณรัฐเช็ก 2-1
อุ่นเครื่อง แพ้ กาน่า 0-2
ฟุตบอลโลก 2022 ชนะ แคเมอรูน 1-0

 

ผลการพบกัน : 9 นัด
บราซิล ชนะ 3
เสมอ 4
สวิตเซอร์แลนด์ ชนะ 2

 

สภาพทีม
บราซิล
แชมป์โลก 5 สมัยและแชมป์รอบคัดเลือกโซนอเมริกาใต้ ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2022 มาแบบไร้พ่าย เตะ 17 ชนะ 14 เสมอ 3 โดยที่เสียไปเพียง 5 ประตูเท่านั้น

 

บราซิล ของ ตีเต้ ยังอยู่ในฟอร์มที่ดีต่อเนื่อง ชนะติดต่อกันมา 8 เกมรวดแล้ว รวมเกมแรกของฟุตบอลโลก 2022 ที่อัด เซอร์เบีย 2-0

 

อย่างไรก็ตาม บราซิล ต้องเสียนักเตะไปถึง 2 คนจากเกมเปิดหัว ทั้ง เนย์มาร์ กับ ดานิโล่ โดยเฉพาะ เนย์มาร์ ที่ยืนยันแล้วว่าต้องพักตลอดรอบแรก จะกลับมาช่วยทีมได้อีกทีก็ในรอบน็อกเอาต์

 

เลี่ยงไม่ได้ที่ ตีเต้ จะต้องปรับทัพ โดยตำแหน่งแบ็กขวาจะส่งเสือเฒ่า ดานี่ อัลเวส ลงแทรน ส่วนตรงกลางน่าจะส่ง เฟร็ด ลงมาช่วยเกมรับร่วมกับ กาเซมิโร่ แล้วขยับ ลูคัส ปาเกต้า ขึ้นเป็นศูนย์กลางเกมรุก ขนาบข้างด้วย วินิซิอุส จูเนียร์ กับ ราฟินญ่า โดยมี ริชาร์ลิซอน ที่กด 2 เม็ดในเกมแรก ค้ำหอกเป้า

 

สวิตเซอร์แลนด์
กล้าๆ ยึดแชมป์กลุ่มแล้วเขี่ย อิตาลี ลงเป็นที่สอง (ก่อนร่วงที่รอบเพลย์ออฟ) เข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2022 อย่างสวยงาม พร้อมกับเปิดสนาม เวิลด์ คัพ ด้วยการเฉือนชัย แคเมอรูน 1-0

 

ความพร้อมของ มูรัต ยาคิน กุนซืออดีตดาวเตะคนดัง มีแค่ต้องเช็กอาการของ เรนาโต้ สเตฟเฟ่น ที่เกมแรกไม่ได้เล่น ส่วน สตีเว่น ซูเบอร์ เจ็บจนไม่ได้มาเล่นบอลโลก และ เควิน เอ็มบาบู ไม่ถูกเรียกตัว

 

ระบบมา 4-2-3-1 วาง รูเบน วาร์กาส, ชิบริล โซว์, เซอร์ดาน ชากิรี่ ปั้นเกมรุกหลังหอกเป้า บรีล เอ็มโบโล่ เจ้าของประตูโทนเกมสยบหมอผี

 

ตัวความหวัง
บราซิล : ริชาร์ลิซอน
ยืนยันการเป็นหัวหอกตัวเป้าหมายเลข 1 ของ บราซิล ชั่วโมงนี้ ด้วยการซัด 2 ประตูใส่ เซอร์เบีย โดยเฉพาะลูก 2 ที่โชว์ท่ายากตีลังกายิงอย่างงาม ทำให้แม้จะมีตัวเลือกดีๆ อย่าง กาเบรียล เชซุส อยู่ ก็ไม่อาจแย่งตำแหน่งจาก ริชาร์ลิซอน (เล่นทีมชาติ 39 นัดซัด 19 ประตู) ไปได้แต่อย่างใด ทั้งนี้ กองหน้าวัย 25 ไต่ระดับสร้างชื่อจาก วัตฟอร์ด มา เอฟเวอร์ตัน และล่าสุดมาอยู่กับ สเปอร์ส ซึ่งก็ยังถูกคาดหมายว่าถ้ายังสร้างผลงานดียืนระยะไปได้ต่อเนื่อง ทีมใหญ่กว่านี้ก็พร้อมเปิดประตูต้อนรับ

 

สวิตเซอร์แลนด์ : เซอร์ดาน ชากิรี่
หลบไปค้าแข้งในสหรัฐอเมริกาค่อนข้างเร็ว เมื่อตอนนี้ อดีตดาวเตะลิเวอร์พูลเพิ่งจะอายุ 31 เท่านั้น และยังคงเป็นคีย์แมนเกมรุกของทัพนาฬิกาอยู่เช่นเดิม พร้อมสถิติยิง 26 ประตูจากการเล่นทีมชาติ 110 นัด ด้วยสไตล์การเล่นทะลุทะลวงพลังแรงสูง และมีทีเด็ดที่การยิงไกล ส่วนการเล่นให้ ชิคาโก้ ไฟร์ ซีซั่นล่าสุด 2022 ที่จบไปแล้ว ชากิรี่ ซัด 7 ลูกจากการเล่น 29 นัด

 

11 ตัวจริงที่คาด
บราซิล (4-2-3-1, กุนซือ ตีเต้) อลิสซอน เบ็คเกอร์ – อเล็กซ์ ซานโดร, ติอาโก้ ซิลวา, มาร์กินญอส, ดานี่ อัลเวส – เฟร็ด, กาเซมิโร่ – วินิซิอุส จูเนียร์, ลูคัส ปาเกต้า, ราฟินญ่า – ริชาร์ลิซอน
สวิตเซอร์แลนด์ (4-2-3-1, กุนซือ มูรัต ยาคิน) ยานน์ ซอมเมอร์ – ริคาร์โด้ โรดริเกซ, มานูเอล อคานจี, นิโก้ เอลเวดี้, ซิลวาน วิดเมอร์ – กรานิต ชาก้า, เรโม่ ฟรอยเลอร์ – รูเบน วาร์กาส, ชิบริล โซว์, เซอร์ดาน ชากิรี่ – บรีล เอ็มโบโล่

 

สถิติที่เกี่ยวข้อง
• พบกัน 9 ครั้ง บราซิล ข่มกว่าเล็กๆ ที่การชนะ 3 หน เจอล่าสุดในฟุตบอลโลก 2018 ลงเอยด้วยผลเสมอ 1-1 ซึ่งมีหลายนักเตะมากที่ติดทีมต่อเนื่องมาจากวันนั้น
• บราซิล ชนะรวดมา 8 เกมทุกรายการ และในจำนวนนี้ ทำคลีนชีตได้ถึง 6 นัด
• 11 เกมหลังในทุกถ้วย สวิตเซอร์แลนด์ ชนะ 5 เสมอ 1 แพ้ไปถึง 5
• สวิตเซอร์แลนด์ เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายบอลโลกได้ 3 จาก 4 ทัวร์นาเมนต์หลัง

 

ความน่าจะเป็น
แน่อยู่แล้วว่า สวิตเซอร์แลนด์ ไม่หมู และไม่ใช่ใครที่จะมาข้ามผ่านได้ง่ายๆ ทว่าตัวอย่างก็มีให้เห็นมาแล้วกับ เซอร์เบีย ที่แพ้ 2 เม็ดถือว่าน้อยแล้วด้วยซ้ำ บราซิล ชั่วโมงนี้กำลังพีคมาก แม้ไม่มี เนย์มาร์ ก็ยังมีตัวอื่นที่ทดแทนกันได้ ฉะนั้นเรื่องชนะคงค่อนข้างชัวร์ แค่อาจต้องลุ้นเม็ดสองหน่อยเนื่องจากหลังบ้านสวิสส์จัดว่าแน่นใช้ได้ทีเดียว

 

ผลที่คาด : บราซิล ชนะ 2-0

 

โปรแกรมถัดไป
ศุกร์ 2 ธันวาคม 2565
02.00 — แคเมอรูน vs บราซิล
02.00 — เซอร์เบีย vs สวิตเซอร์แลนด์

เกาหลีใต้ vs กาน่า : ตรวจความพร้อมรอบแรก นัดสอง ฟุตบอลโลก 2022

เกาหลีใต้ vs กาน่า : ตรวจความพร้อมรอบแรก นัดสอง ฟุตบอลโลก 2022

ฟุตบอลโลก 2022 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอช : เกาหลีใต้ vs กาน่า
จันทร์ 28 พฤศจิกายน 2565, 20.00 น.
สนาม : เอดูเคชัน ซิตี้ สเตเดี้ยม, อัล รายยาน
ถ่ายทอดสด : True4U

 

ผลงานรอบคัดเลือก
เกาหลีใต้
อันดับ 2 กลุ่มเอ รอบ 3 โซนเอเชีย
เตะ 10 ชนะ 7 เสมอ 2 แพ้ 1 ยิงได้ 13 เสีย 3

กาน่า
ชนะ ไนจีเรีย รอบ 3 โซนแอฟริกา
นัดแรกเสมอ 0-0
นัดสองเสมอ 1-1, เข้ารอบด้วยกฎประตูทีมเยือน

 

ฟอร์ม 5 เกมหลังสุด
เกาหลีใต้
EAFF E-1 แพ้ ญี่ปุ่น 0-3
อุ่นเครื่อง เสมอ คอสตาริกา 2-2
อุ่นเครื่อง ชนะ แคเมอรูน 1-0
อุ่นเครื่อง ชนะ ไอซ์แลนด์ 1-0
ฟุตบอลโลก 2022 เสมอ อุรุกวัย 0-0

กาน่า
อุ่นเครื่อง แพ้ กาตาร์ 1-2
อุ่นเครื่อง แพ้ บราซิล 0-3
อุ่นเครื่อง ชนะ นิคารากัว 1-0
อุ่นเครื่อง ชนะ สวิตเซอร์แลนด์ 2-0
ฟุตบอลโลก 2022 แพ้ โปรตุเกส 2-3

 

ผลการพบกัน (9 นัด)
เกาหลีใต้ ชนะ 4
กาน่า ชนะ 4
เสมอ 1

 

สภาพทีม
เกาหลีใต้
โสมขาวเข้ามาด้วยการเป็นที่ 2 ของกลุ่มเอ แต่ก็หลุดแพ้แค่นัดเดียวเท่านั้นจาก 8 เกมของการคัดเลือก และช่วงหลังมาดีเช่นกัน ชนะ 5 จาก 8 เกมหลังสุด รวมถึงนัดแรกที่เสมอ อุรุกวัย ไข่ไม่แตก 0-0

 

เปาโล เบนโต้ กุนซือชาวโปรตุเกสของเกาหลีใต้ ไม่ได้มีปัญหาสภาพทีมเพิ่มเติม ตัวไม่เต็มร้อยรายเดียวคือ ซน ฮึง-มิน ดาวยิงจากสเปอร์ส ที่ต้องลงสนามแบบสวมหน้ากากกันกระแทก แต่สภาพความฟิตไม่เป็นปัญหา

 

ดังนั้นทำให้จะเป็นทีมเดิมๆ ในระบบ 4-3-3 แดนหน้านอกจาก ซน ฮึง-มิน ยังมี ฮวาง อุย-โจ จากโอลิมเปียกอส และ นา ซัง-โฮ จากเอฟซี โซล ที่ยังเป็นตัวเลือกก่อนดาวรุ่ง อี คัง-อิน จากมายอร์ก้า

 

กาน่า
กาน่าที่ไม่มีโจอี้ แต่มีสมาชิกหน้าเก่าๆ อยู่หลายรายทีเดียว ทั้งคู่พี่น้อง อายิว, โธมัส ปาร์เตย์, ดาเนียล อมาร์ตีย์ ผ่านเข้ารอบสุดท้ายมาได้แบบมีโชคเล็กๆ จากการเตะตัดสินกับ ไนจีเรีย ที่ออกหน้าเสมอทั้งสองนัด สุดท้ายกลายเป็นกาน่าได้เข้ารอบมาเล่นฟุตบอลโลก 2022 ด้วยกฎประตูทีมเยือน

 

ส่วนในนัดแรก กาน่า แพ้ โปรตุเกส แบบสู้ได้ 2-3 ชนิดเกือบมีทวง 3-3 เหมือนกันแต่พลาดโอกาสไปเอง

 

ปัญหาใหญ่ของ อ๊อตโต้ อัดโด้ กุนซือทีมดาวดำ คือพวกเขาเสีย โจ วอลลาค็อตต์ จาก ชาร์ลตัน แอธเลติก บาดเจ็บไม่พร้อมช่วยชาติลุยบอลโลก และต้องถอนตัวไปก่อนประกาศ 26 คนสุดท้าย ซึ่งการขาดหายของมือหนึ่ง ทำให้จะเป็น ลอว์เรนซ์ อาติ-ซิกี้ จาก เซนต์ กัลเลน ลงเฝ้าเสาแทน

 

แต่นอกนั้นไม่มีอะไรต้องกังวล คาดมีสิทธิ์ยึดชุดเดิมเอาไว้ เกมรุกนำโดย อินยากี้ วิลเลี่ยมส์ ดาวยิงสมาชิกใหม่จาก แอธเลติก บิลเบา และกัปตันทีม อองเดร อายิว

 

ตัวความหวัง
เกาหลีใต้ : ซน ฮึง-มิน
สิ่งเดียวที่น่าหนักใจคือ ซน ฮึง-มิน ไม่ได้มาฟุตบอลโลก 2022 แบบ 100% เต็ม เนื่องจากต้องใส่หน้ากากป้องกันกระทบกระแทกบนใบหน้า ลำพังฝีเท้าไม่เป็นที่ต้องสงสัยอยู่แล้ว ถูกยกว่าเป็นแข้งเบอร์ 1 ของเอเชียยุคนี้ด้วยซ้ำ จากผลงานที่ร่ายให้ สเปอร์ส ต่อเนื่องปีแล้วปีเล่า จนถึงขั้นคว้าดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก ซีซั่นก่อนมาแล้ว ขณะที่ในทีมชาติ โอปป้าซนยิงไป 35 ลูกจาก 105 นัด

 

กาน่า : อินยากี้ วิลเลี่ยมส์
หัวหอกวัย 28 เชื้อสายกาน่า ที่เกิดและเติบโตในสเปนก่อนสร้างชื่อกับ แอธเลติก บิลเบา อย่างยาวนานภายใต้สังกัดเดียว ลงเล่นไปกว่าสามร้อยนัด (355) ซัด 78 ประตู โดยในช่วงรุ่นๆ ลงเล่นให้ทีมชาติสเปนชุดยู-21 ถึง 17 เกม ก่อนเล่นให้ สเปน ชุดใหญ่ 1 นัดด้วยในปี 2016 จนเกือบได้ไปยูโร 2016 อยู่แล้วแต่ไม่ถูกเลือก ครั้นต่อมาเมื่อพบว่า ฟีฟ่า อนุญาตให้นักเตะสามารถเปลี่ยนทีมชาติได้ถ้ายังไม่เคยได้เล่นเกมใดในทัวร์นาเมนต์เป็นทางการ วิลเลี่ยมส์ จึงตอบรับคำเชิญจาก กาน่า มาเข้าร่วมเพื่อลุยบอลโลก ถึงตรงนี้ได้สัมผัสเกมกับ กาน่า ไปแล้ว 3 นัด

 

11 ตัวจริงที่คาด
เกาหลีใต้ (4-3-3, กุนซือ เปาโล เบนโต้) คิม ซุง-กิว – คิม จิน-ซู, คิม ยัง-กวอน, คิม มิน-แจ, คิม มุน-วาน – อี แจ-ซุง, ฮวาง อิน-บอม, จุง วู-ยัง – ซน ฮึง-มิน, ฮวาง อุย-โจ, นา ซัง-โฮ
กาน่า (3-5-2, กุนซือ อ๊อตโต้ อัดโด้) ลอว์เรนซ์ อาติ-ซิกี้ – อเล็กซานเดอร์ ชิกู, โมฮัมเหม็ด ซาลิซู, ดาเนียล อมาร์ตีย์ – อับดุลระห์มาน บาบา, ซาลิส อับดุล ซาเหม็ด, โธมัส ปาร์เตย์ฅ โมฮัมเหม็ด คูดุส, อาลิดู เซย์ดู – อองเดร อายิว, อินยากี้ วิลเลี่ยมส์

 

สถิติที่เกี่ยวข้อง
• พบกันมาเยอะถึง 9 ครั้ง และต่างฝ่ายต่างชนะ 4 เกม ที่เหลือเสมอ 1
• เจอกันล่าสุด นัดลับแข้งปี 2014 กาน่า ถล่มขาด 4-0 จอร์แดน อายิว ทำแฮตทริก
• แม้ส่วนใหญ่เป็นนักเตะในประเทศ แต่ตัวอิมพอร์ตเล่นลีกยุโรปของ เกาหลีใต้ ก็มีอยู่ถึง 8 ราย โดยอยู่กับ โอลิมเปียกอส ในกรีซ 2 ราย ฮวาง อุย-โจ กับ ฮวาง อิน-บอม
• คิม มิน-แจ กำลังไปได้สวยกับทั้งทีมชาติ (45 นัด) และต้นสังกัด นาโปลี ที่ซื้อมาจาก เฟเนร์บาห์เช่ ด้วยราคา 18 ล้านยูโร

 

ความน่าจะเป็น
คู่คี่สูสี มีโอกาสออกได้ทั้งสามหน้า แต่ดูจากทรงนัดแรกแล้ว เกาหลีใต้ ดูแกร่งกว่าเล็กน้อย ส่วน กาน่า ได้ลูกฉาบฉวย และส่วนหนึ่งต้องชี้ว่ากองหลังโปรตุเกสเล่นพลาดเองด้วย ดังนั้นถ้าทีมพลังโสมไม่พลาดกันเอง ก็น่าจะพอเบียดชนะได้อยู่

 

ผลที่คาด : เกาหลีใต้ ชนะ 1-0

 

โปรแกรมถัดไป
ศุกร์ 2 ธันวาคม 2565
22.00 — เกาหลีใต้ vs โปรตุเกส
22.00 — กาน่า vs อุรุกวัย

แคเมอรูน vs เซอร์เบีย : ตรวจความพร้อมรอบแรก นัดสอง ฟุตบอลโลก 2022

แคเมอรูน vs เซอร์เบีย : ตรวจความพร้อมรอบแรก นัดสอง ฟุตบอลโลก 2022

ฟุตบอลโลก 2022 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มจี : แคเมอรูน vs เซอร์เบีย
จันทร์ 28 พฤศจิกายน 2565, 17.00 น.
สนาม : อัล จานู้บ สเตเดี้ยม, อัล วัครา
ถ่ายทอดสด : Amarin TV

 

ผลงานรอบคัดเลือก
แคเมอรูน
ชนะ แอลจีเรีย รอบ 3 โซนแอฟริกา
นัดแรกแพ้ 0-1
นัดสองชนะ 1-0, ต่อเวลาชนะ 2-1, เข้ารอบด้วยกฎประตูทีมเยือน

เซอร์เบีย
แชมป์กลุุ่มเอ โซนยุโรป
เตะ 8 ชนะ 6 เสมอ 2 แพ้ 0 ยิงได้ 18 เสีย 9

 

ฟอร์ม 5 เกมหลังสุด
แคเมอรูน
อุ่นเครื่อง แพ้ อุซเบกิสถาน 0-2
อุ่นเครื่อง แพ้ เกาหลีใต้ 0-1
อุ่นเครื่อง เสมอ จาไมก้า 1-1
อุ่นเครื่อง เสมอ ปานามา 1-1
ฟุตบอลโลก 2022 แพ้ สวิตเซอร์แลนด์ 0-1

เซอร์เบีย
เนชั่นส์ ลีก เสมอ สโลวีเนีย 2-2
เนชั่นส์ ลีก ชนะ สวีเดน 4-1
เนชั่นส์ ลีก ชนะ นอร์เวย์ 2-0
อุ่นเครื่อง ชนะ บาห์เรน 5-1
ฟุตบอลโลก 2022 แพ้ บราซิล 0-2

 

ผลการพบกัน : 1 นัด
อุ่นเครื่อง 2010 เซอร์เบีย ชนะ 4-3

 

สภาพทีม
แคเมอรูน
เข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2022 มาได้อย่างลุ้นระทึก แพ้ แอลจีเรีย ในรอบ 3 นัดแรก ก่อนนัดสองยิง แอลจีเรีย คืน 1-0 ใน 90 นาที จากนั้นต่อเวลาพิเศษโดนยิงตีเสมอ 1-1 น.118 แต่สุดท้ายทดเจ็บ 120+4 มาได้ประตูชัย 2-1 ซึ่งช่วยให้พวกเขาเข้ารอบด้วยกฎประตูทีมเยือน จากผลเสมอ 2-2 หลังต่อเวลา

 

อย่างไรก็ตาม 5 เกมหลังสุดไม่ชนะใครเลย รวมถึงนัดแรกของกลุ่มที่แพ้ สวิตเซอร์แลนด์ 0-1

 

ทีมหมอผีในการทำทีมของ ริโกแบร์ ซง อดีตกองหลังคนดังของ ลิเวอร์พูล, เวสต์แฮม, กาลาตาซาราย ฯลฯ ไม่มีปัญหาเรื่องขุมกำลัง โดยสามารถใช้ชุดที่ดีที่สุดได้ ในระบบเปิดหน้าแลก 4-3-3 แผงรุกวาง คาร์ล โตโก เอคัมบี้ กับ บริย็อง เอ็มเบโม่ ขนาบข้างหอกเป้า เอริก มักซิม ชูโป-โมติง

 

เซอร์เบีย
มาฟุตบอลโลก 2022 ด้วยทรงที่ดีเลย ยึดแชมป์กลุ่มแบบไม่แพ้ใครเลยในรอบคัดเลือก กระนั้นดูเหมือนแผนการที่ใช้ในเกมแรกจะไม่เวิร์ค แพ้ บราซิล 0-2 แบบที่น่าโดนยิงมากกว่านั้นเยอะ

 

ดราแกน สตอยโควิช อดีตดาวเตะคนดังที่เข้ามาทำทีมช่วงปี 2021 เป็นต้นมา มีปัญหาอยู่ที่แค่ ฟิลิป คอสติช วิงแบ็กจากยูเวนตุส บาดเจ็บจนไม่ได้เล่นเกมแรก และต้องเช็กฟิตสำหรับเกมนี้

 

ส่วนในราย อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช ดาวยิงตัวความหวังสูงสุดของชาติ หายเจ็บข้อเท้าลงเล่นกับ บราซิล ไปแล้ว ดังนั้นจะพร้อมลงสนามตามปกติ

 

ตัวความหวัง
แคเมอรูน : เอริก มักซิม ชูโป-โมติง
กองหน้าที่ว่ากันว่าดวงแข็งที่สุดคนหนึ่งของวงการ จากหอกทื่อๆ ไม่ค่อยมีชั้นเชิงสมัยอยู่ สโต๊ค ซิตี้ ใครจะเชื่อว่าหลังจากนั้นได้เข้าร่วมทีมยักษ์ใหญ่ทั้งกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และ บาเยิร์น มิวนิค แถมครึ่งซีซั่นแรกที่ผ่านมาก็เล่นดีเสียด้วย ยิงไป 11 ลูก จนถูกโยงกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่าจะมาคว้าตัวไปตอนตลาดเปิด ส่วนในทีมชาติ กองหน้าก้านยาววัย 33 เล่นมาแล้ว 70 นัด ยิง 19 ประตู

 

เซอร์เบีย : อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช
หนึ่งในหัวหอกฝีเท้าดีที่ถูกมองว่าควรยกระดับตัวเองไปอยู่กับทีมที่ใหญ่กว่า ฟูแล่ม ได้แล้ว พิสูจน์ตัวเองในฟุตบอลอังกฤษได้เป็นอย่างดีตลอด 2-3 ปีหลัง โดยเฉพาะซีซั่นก่อนที่กระหน่ำ 43 ประตูจนคว้าดาวซัลโวอีเอฟแอล แชมเปี้ยนชิพ ก่อนจะสอยอีก 9 ลูกในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ ความสูงใหญ่ดุดันในลูกกลางอากาศของ มิโตรวิช สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้ทุกคู่แข่งที่ต้องเจอ รวมถึงตอนนี้ก็ยังนั่งแท่นดาวซัลโวสูงสุดของทีมชาติเซอร์เบีย ด้วยสถิติน่าสะพรึงถึง 50 ประตูจากการเล่น 77 นัด

 

11 ตัวจริงที่คาด
แคเมอรูน (4-3-3, กุนซือ ริโกแบร์ ซง) อันเดร โอนาน่า – นูฮู โตโล่, นิโกลัส เอ็นคูลู, ชอง-ชาร์ลส์ คาสเตลเล็ตโต้, คอลลินส์ ฟาย – มาร์ติน ฮอนกลา, ซามูเอล กูเอ้ต์, ฟร้องค์ ซัมโบ-อองกิสซ่า – คาร์ล โตโก-เอคัมบี้, บริยอง เอ็มเบโม่, เอริก มักซิม ชูโป-โมติง
เซอร์เบีย (3-4-1-2, กุนซือ ดราแกน สตอยโควิช) วานย่า มิลินโควิช-ซาวิช – นิโกล่า มิเลนโควิช, มิลอส เวลจ์โควิช, สตราฮินย่า พาฟโลวิช – ฟิลิป มลาเดโนวิช, ซาซ่า ลูคิช, เซอร์เก มิลินโควิช-ซาวิช, อันดริย่า ซิฟโควิช – ดูซาน ทาดิช – ดูซาน วลาโฮวิช, อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช

 

สถิติที่เกี่ยวข้อง
• เคยเจอกันมาแค่หนเดียว เกมลับแข้งเมื่อ 12 ปีก่อน เซอร์เบีย ชนะ 4-3 ส่วน เอริก มักซิม ชูโป-โมติง ยิงได้หนึ่งเม็ด
• เกมแรก เซอร์เบีย โดน บราซิล ลุยเข้าใส่พร้อมสร้างโอกาสยิงได้มากถึง 24 ครั้ง สองในนั้นมีทั้งชนเสาและชนคาน
• แคเมอรูน ไม่ชนะใครมา 5 เกมติดกันแล้ว เป็นเสมอ 2 แพ้ 3
• แว็งซ็องต์ อาบูบาการ์ ยืนแท่นอันดับ 3 ดาวซัลโวสูงสุดของชาติ 33 ประตู เทียบเท่า แพทริค เอ็มโบม่า โดยตามหลังเบอร์ 2 โรเจอร์ มิลล่า (43) สิบลูก และเบอร์ 1 ซามูแอล เอโต้ (56) อยู่ 23 ประตู
• อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช ยิง 50 ลูกจากการเล่นทีมชาติ 77 นัด หรือคิดเฉลี่ยเกมละ 0.65 ประตู

 

ความน่าจะเป็น
อย่างที่บอกว่า ดูเหมือน ดราแกน สตอยโควิช จะวางแผนมาผิดไปนิด กับการใช้ 3 เซนเตอร์แบ็กไปชนกับ 3 กองหน้าบราซิลตรงๆ โดยไม่มีตัวช่วยคอยซ้อนคอยรอง จนสุดท้ายก็แพ้สบาย แต่นั่นก็คือบทเรียนสำคัญที่จะทำให้พวกเขาไม่พลาดอีกในเกมนี้ โดยเฉพาะว่าคุณภาพในทีมก็ดูเหนือกว่าด้วย น่าจะเบียดชนะไปได้ในที่สุด

 

ผลที่คาด : เซอร์เบีย ชนะ 1-0

 

โปรแกรมถัดไป
ศุกร์ 2 ธันวาคม 2565
02.00 — แคเมอรูน vs บราซิล
02.00 — เซอร์เบีย vs สวิตเซอร์แลนด์

สเปน vs เยอรมนี : ตรวจความพร้อมรอบแรก นัดสอง ฟุตบอลโลก 2022

สเปน vs เยอรมนี : ตรวจความพร้อมรอบแรก นัดสอง ฟุตบอลโลก 2022

ฟุตบอลโลก 2022 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มอี : สเปน vs เยอรมนี
อาทิตย์ 27 พฤศจิกายน 2565, 02.00 น.
สนาม : อัล เบย์ท สเตเดี้ยม, อัล คอร์
ถ่ายทอดสด : Nation TV

 

ผลงานรอบคัดเลือก
สเปน
แชมป์กลุ่มบี โซนยุโรป
เตะ 8 ชนะ 6 เสมอ 1 แพ้ 1 ยิงได้ 15 เสีย 5

เยอรมนี
แชมป์กลุ่มเจ โซนยุโรป
เตะ 10 ชนะ 9 แพ้ 1 ยิงได้ 36 เสีย 4

 

ฟอร์ม 5 เกมหลังสุด
สเปน
เนชั่นส์ ลีก ชนะ สาธารณรัฐเช็ก 2-0
เนชั่นส์ ลีก แพ้ สวิตเซอร์แลนด์ 1-2
เนชั่นส์ ลีก ชนะ โปรตุเกส 1-0
อุ่นเครื่อง ชนะ จอร์แดน 3-1
ฟุตบอลโลก 2022 ชนะ คอสตาริกา 7-0

เยอรมนี
เนชั่นส์ ลีก ชนะ อิตาลี 5-2
เนชั่นส์ ลีก แพ้ ฮังการี 0-1
เนชั่นส์ ลีก เสมอ อังกฤษ 3-3
อุ่นเครื่อง ชนะ โอมาน 1-0
ฟุตบอลโลก 2022 แพ้ ญี่ปุ่น 1-2

 

ผลการพบกัน : 25 นัด
สเปน ชนะ 8
เสมอ 8
เยอรมนี ชนะ 9

 

สภาพทีม
สเปน
หลุยส์ เอ็นริเก้ พากระทิงดุเจ้าของแชมป์โลก 1 สมัยเข้ามาเล่นรอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2022 ด้วยผลงานค่อนข้างดี รวมถึงในยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ก็ครองแชมป์กลุ่ม ได้ไปต่อในรอบชิงแชมป์ ปีหน้า

 

จากนั้นเมื่อเริ่มเกมแรก ก็ทำได้ดีเกินความคาดหมาย กราดยิง คอสตาริกา ดับอนาถสภาพดูไม่ได้ 7-0 เฟร์ราน ตอร์เรส ซัดสอง ที่เหลือช่วยกันยิงอีก 5 คน

 

เอ็นริเก้ ไม่มีปัญหาตัวเจ็บเพิ่มเติม และด้วยทีมที่เล่นกันดีอยู่แล้ว ทำให้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง 11 ตัวจริง ระบบ 4-3-3 ประตูเป็น อูไน ซิมอน แดนกลางบาร์ซ่าเหมาทั้ง เปดรี้, บุสเก็ตส์, กาบี ส่วนแนวรุก ดานี่ โอลโม่ จะเล่นร่วมกับ เฟร์ราน ตอร์เรส และ มาร์โก อเซนซิโอ

 

สำหรับตัวที่ เอ็นริเก้ ไม่เลือกมาบอลโลกอย่าง ดาบิด เด เคอา (แมนฯ ยูไนเต็ด), เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า (เชลซี), เซร์คิโอ รามอส (เปแอสเช), อินยิโก้ มาร์ติเนซ (บิลเบา), มาร์กอส อลอนโซ่ (บาร์เซโลน่า), ติอาโก้ อัลกันตาร่า (ลิเวอร์พูล), ซาอูล ญีเกซ (แอตฯ มาดริด), อิสโก้ (เซบีย่า), โรดริโก้ โมเรโน่ (ลีดส์), มิเกล โอยาร์ซาบัล (โซเซียดัด) หรือ ยาโก้ อัสปาส (เซลต้า) ไม่เป็นประเด็นแล้วเมื่อทีมกระทิงเล่นได้อย่างสุดยอดในเกมแรก

 

เยอรมนี
ตัวแทนยุโรปรายแรกที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2022 หมายมั่นปั้นมือเต็มที่จะมาแก้ตัวจากการตกรอบแรกอย่างสุดช็อคในครั้งก่อน แต่ปรากฏว่า แพ้พลิกล็อกช็อกโลกต่อ ญี่ปุ่น 1-2 ทั้งที่ยิงนำไปก่อน

 

สำหรับความพร้อม ฮันซี่ ฟลิค ต้องเช็กอาการของ เลรอย ซาเน่ ที่ไม่ได้เล่นเกมแรก นอกนั้นไม่มี มาร์โก รอยส์ กับ ติโม แวร์เนอร์ อยู่ตั้งแต่แรก หลังทั้งคู่บาดเจ็บจนไม่พร้อมเล่นบอลโลก นอกนั้น ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์, ฟลอเรียน นอยเฮาส์, โรบิน โกเซนส์ โดนมองข้ามไปไม่เรียกมาติดธง

 

ระบบยึด 4-2-3-1 แต่คาดว่าจะปรับบางจุดจากเกมแรก นิคลาส ซูเล่ ที่โดนตำหนิออกสื่อ น่าหลุดไป ส่วนแนวรุกให้ จามาล มูเซียล่า, แซร์จ นาบรี้, โธมัส มุลเลอร์ คอยสนับสนุนหอกเป้า ไค ฮาแวร์ตซ์

 

ตัวความหวัง
สเปน : เฟร์ราน ตอร์เรส
ตัวรุกวัย 22 ย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลับไปบ้านเกิดกับ บาร์เซโลน่า ด้วยราคาแพง 55 ล้านยูโร แต่กลับเล่นไม่ค่อยออก สร้างผลงานไม่ค่อยได้จนโดยตำหนิพอสมควร ครึ่งซีซั่นแรกที่ผ่านมาลงสนาม 18 นัด ยิง 5 ประตู กระนั้นในทีมชาติ จัดเป็นคีย์แมนของ หลุยส์ เอ็นริเก้ และโชว์ของได้ตั้งแต่เกมแรกที่กด 2 เม็ดใส่ คอสตาริกา จนมีสถิติรับใช้ชาติสวยเลย ยิง 15 ประตูจาก 32 นัด

 

เยอรมนี : จามาล มูเซียล่า
ถูกคาดหมายตั้งแต่ 2-3 ปีก่อนว่าจะกลายมาเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ของฟุตบอลเยอรมัน ซึ่งที่สุดแล้วเจ้าหนูเชื้อสายอังกฤษวัย 19 ก็ทำได้อย่างที่หลายฝ่ายมอง โดยแม้จะเพิ่งยิงไปได้แค่ลูกเดียว แต่ก็ได้สัมผัสเกมระดับชาติมาแล้วถึง 20 นัด และมีตำแหน่งตัวจริงในการทำทีมของ ฮันซี่ ฟลิค ด้วย โดยเฉพาะเมื่อซีซั่นนี้กำลังเข้าฝัก กดไปแล้ว 12 ประตูจากการเล่นให้ บาเยิร์น มิวนิค 22 เกม

 

11 ตัวจริงที่คาด
สเปน (4-3-3, กุนซือ หลุยส์ เอ็นริเก้) อูไน ซิมอน – จอร์ดี้ อัลบา, อายเมอริก ลาป๊อร์กต์, โรดรี้, เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า – เปดรี้, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, กาบี – ดานี่ โอลโม่, มาร์โก อเซนซิโอ, เฟร์ราน ตอร์เรส
เยอรมนี (4-2-3-1, กุนซือ ฮันซี่ ฟลิค) มานูเอล นอยเออร์ – ดาวิด เราม์, อันโตนิโอ รูดิเกอร์, นิโก้ ชล็อตเตอร์เบ็ค, ติโล เคห์เรอร์ – อิลคาย กุนโดกัน, โยชัว คิมมิช – จามาล มูเซียล่า, แซร์จ นาบรี้, โธมัส มุลเลอร์ – ไค ฮาแวร์ตซ์

 

สถิติที่เกี่ยวข้อง
• พบกันมาบ่อยถึง 25 นัด เยอรมนีชนะมากกว่าเล็กน้อย ที่ 9:8 นัด
• แต่เจอกันล่าสุดใน ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ปลายปี 2020 สเปน ทะลวง 6-0 เฟร์ราน ตอร์เรส แฮตทริก
• สเปน แพ้แค่นัดเดียวจากการเล่น 12 เกมหลังสุดในทุกรายการ (ชนะ 9 เสมอ 2 แพ้ 1)
• สเปน ชุดนี้ มีแค่ 2 คนที่ยิงประตูในทีมชาติได้เกิน 10 ลูก คือ อัลบาโร่ โมราต้า (28) กับ เฟร์ราน ตอร์เรส (15)
• โธมัส มุลเลอร์ กดไปแล้ว 44 ประตูในทีมชาติ แต่ยิงแค่ 2 ลูกเท่านั้นจาก 9 เกมหลังสุด

 

ความน่าจะเป็น
แม้ฟอร์มจะต่างกันมากในเกมแรก แต่ เยอรมนี เข้าตาจนแล้ว จะพลาดอีกไม่ได้ จึงต้องเน้นเต็มที่และไม่ใช้โอกาสเปลืองเหมือนเกมแรกอีก ซึ่งอันที่จริง คุณภาพโดยรวมของสองฝั่งก็ไม่ต่างกันมาก เผลอๆ จะมีความเป็นไปได้ที่ เยอรมนี จะฟื้นกำชัยเอาด้วย แต่ก็ด้วยเครดิตที่ สเปน ทำมา ดังนั้นผลเสมอกันจึงอาจเหมาะสุดกับทั้งสอง

 

ผลที่คาด : เสมอ 2-2

 

โปรแกรมถัดไป
พฤหัสบดี 1 ธันวาคม 2565
02.00 — ญี่ปุ่น vs สเปน
02.00 — คอสตาริกา vs เยอรมนี

โครเอเชีย vs แคนาดา : ตรวจความพร้อมรอบแรก นัดสอง ฟุตบอลโลก 2022

โครเอเชีย vs แคนาดา : ตรวจความพร้อมรอบแรก นัดสอง ฟุตบอลโลก 2022

ฟุตบอลโลก 2022 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอฟ : โครเอเชีย vs แคนาดา
อาทิตย์ 27 พฤศจิกายน 2565, 23.00 น.
สนาม : คาลิฟา อินเตอร์เนชันแนล สเตเดี้ยม, อัล รายยาน
ถ่ายทอดสด : True4U

 

ผลงานรอบคัดเลือก
โครเอเชีย
แชมป์กลุ่มเอช โซนยุโรป
เตะ 10 ชนะ 7 เสมอ 2 แพ้ 1 ยิงได้ 21 เสีย 4

แคนาดา
แชมป์รอบ 3 โซนคอนคาเคฟ
เตะ 14 ชนะ 8 เสมอ 4 แพ้ 2 ยิงได้ 23 เสีย 7

 

ฟอร์ม 5 เกมหลังสุด
โครเอเชีย
เนชั่นส์ ลีก ชนะ ฝรั่งเศส 1-0
เนชั่นส์ ลีก ชนะ เดนมาร์ก 2-1
เนชั่นส์ ลีก ชนะ ออสเตรีย 3-1
อุ่นเครื่อง ชนะ ซาอุดีอาระเบีย 1-0
ฟุตบอลโลก 2022 เสมอ โมร็อกโก 0-0

แคนาดา
อุ่นเครื่อง ชนะ กาตาร์ 2-0
อุ่นเครื่อง แพ้ อุรุกวัย 0-2
อุ่นเครื่อง เสมอ บาห์เรน 2-2
อุ่นเครื่อง ชนะ ญี่ปุ่น 2-1
ฟุตบอลโลก 2022 แพ้ เบลเยียม 0-1

 

ผลการพบกัน
ไม่เคยพบกันมาก่อน

 

สภาพทีม
โครเอเชีย
ชนะมาติดต่อกัน 5 เกมซ้อนในช่วงเตรียมทีม ก่อนจะเปิดฟุตบอลโลก 2022 แบบหนืดเล็กๆ ได้ผลเสมอจาก โมร็อกโก 0-0

 

ซลัตโก้ ดาลิช ไม่มีปัญหาตัวผู้เล่นใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากที่นายทวาร ลอฟเร่ คาลินิช เจ็บอยู่ก่อนแล้วจนหลุดโผไปตั้งแต่ก่อนประกาศรายชื่อ รวมถึงตัวที่ถูกกาทิ้งอย่าง ดูเย่ กาเลต้า-คาร์ หรือ โยซิป เบรคาโล่ ก็ไม่ได้มีความสำคัญกับทีม

 

คาดว่าระบบจะยึด 4-3-3 ตามเดิม แดนกลางอัดแน่นด้วยตัวเก่งอย่าง มาเตโอ โควาซิช, มาร์เซโล่ โบรโซวิช และ ลูก้า โมดริช ส่วนข้างหน้าดัน อีวาน เปริซิช ไปเดินเกมรุกร่วมกับ อันเดรจ์ ครามาริช และ นิโกล่า วลาซิช

 

แคนาดา
ทัพเมเปิ้ลได้กลับมาโชว์ตัวในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายอีกครั้ง หลังหายหน้าไปตั้งแต่ได้เล่นหนแรกเมื่อปี 1986 ก่อนจะแพ้ เบลเยียม แบบหวิวๆ 0-1 ในเกมเปิดหัวของฟุตบอลโลก 2022

 

แต่มาคราวนี้ถือว่า แคนาดา น่าเกรงขามทีเดียว ด้วยการผงาดแชมป์ของรอบ 3 โซนคอนคาเคฟ เหนือขั้วอำนาจเก่าทั้ง เม็กซิโก และ สหรัฐอเมริกา

 

แคนาดา คุมทีมโดย จอห์น เฮิร์ดแมน โค้ชชาวอังกฤษ ที่ขยับจากทีมชาติฝ่ายหญิง (2011-2018) มารับงานนี้ และในทีมมีดาวเด่นอย่าง อัลฟอนโซ่ เดวิส (บาเยิร์น), โจนาธาน เดวิด (ลีลล์), ไคล์ ลาริน (คลับ บรูช), สตีเฟ่น ยุสตากิโต้ (ปอร์โต้) เป็นแกนนำ

 

เฮิร์ดแมน ไม่มีปัญหาในการจัดทีมเกมนี้เช่นกัน โดยจะวางระบบเปิดหน้าแลก 3-4-3 อัลฟอนโซ่ เดวิส ขึ้นเกมทางฝั่งซ้าย ส่วนสามกองหน้าเป็น โจนาธาน เดวิด, ทาจอน บัคคาแนน และ จูเนียร์ ฮอยเล็ตต์

 

ตัวความหวัง
โครเอเชีย : อีวาน เปริซิช
แม้การเป็นลูกทีมของ อันโตนิโอ คอนต้ ที่สเปอร์ส เปริซิช จะถูกใช้งานเป็นวิงแบ็กฝั่งซ้าย แต่กับการรับใช้ชาติแล้ว เขาคือปีกซ้ายที่มีหน้าที่เล่นเกมรุกเต็มอัตรา หรือจะเรียกว่ากองหน้าไปเลยก็ไม่ผิด ทั้งนี้สิ่งที่เราเห็นกันมาตลอดกับ สเปอร์ส รวมถึง อินเตอร์ มิลาน คือ เปริซิช แค่ต้องปรับความคมให้เพิ่มมากขึ้นอีกนิด สกอร์จะไหลมาเทมามากกว่าที่เป็น แต่ถึงอย่างนั้น ตอนนี้เขาก็นำดาวซัลโวของทีมชุดนี้อยู่แล้ว หลังยิงไป 32 ลูก

 

แคนาดา : อัลฟอนโซ่ เดวิส
นักเตะที่ดีที่สุดในยุคนี้ของ แคนาดา หรือกระทั่งอาจจะดีที่สุดตลอดกาล โตมากับ แวนคูเวอร์ ไวท์แคปส์ ก่อนที่มหาอำนาจบอลเยอรมันอย่าง บาเยิร์น มิวนิค จะทุ่มเงินเป็นสถิติ 22 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (รวมโบนัสเสริม) คว้าตัวไปปั้นต่อตอนที่ เดวิส อายุได้แค่ 17-18 เท่านั้น ซึ่งก็ไม่มีคำว่าผิดหวังเมื่อเจ้าหนูเชื้อสายกาน่าพัฒนาตัวเองได้อย่างก้าวกระโดด เป็นตัวหลักให้กับทัพเสือใต้มาแล้วเป็นปีที่ 4 พร้อมกระแสยกย่องว่าเป็น “แบ็กซ้ายเบอร์ 1 โลก” จากบางฝ่าย ที่สำคัญ ยังสารพัดประโยชน์ เล่นได้หมดทางกราบซ้ายด้วย

 

11 ตัวจริงที่คาด
โครเอเชีย (4-3-3, กุนซือ ซลัตโก้ ดาลิช) โดมินิก ลิวาโควิช – บอร์นา โซซ่า, ยอสโก้ กวาร์ดิโอล, เดยัน ลอฟเรน, โยซิป ยูราโนวิช – มาเตโอ โควาซิช, มาร์เซโล่ โบรโซวิช, ลูก้า โมดริช – อีวาน เปริซิช, อันเดรจ์ ครามาริช, นิโกล่า วลาซิช
แคนาดา (3-4-3, กุนซือ จอห์น เฮิร์ดแมน) มิลาน บอร์ยาน – คามาล มิลเลอร์, สตีเว่น วิตอเรีย, อลิสแตร์ จอห์นสตัน – อัลฟอนโซ่ เดวิส, สตีเฟ่น ยุสตาคิโอ, อติบา ฮัทชินสัน, ริชี่ ลาร์เยีย – จูเนียร์ ฮอยเล็ตต์, โจนาธาน เดวิด, ทาจอน บัคคาแนน

 

สถิติที่เกี่ยวข้อง
• ไม่เคยเจอกันมาก่อน แต่ โครเอเชีย เคยเล่นกับทีมโซนคอนคาเคฟมา 3 หนในฟุตบอลโลก ชนะ 1 แพ้ 2
• โครเอเชีย มีถึง 3 คนที่เล่นทีมชาติทะลุร้อยนัด คือ ลูก้า โมดริช (156), อีวาน เปริซิช (117) และ โดมากอย วิด้า (100)
• ดาวซัลโวชุดนี้ของ โครเอเชีย เป็นวิงแบ็กอย่าง อีวาน เปริซิช ที่กดไป 32 ประตู
• อติบา ฮัทชินสัน กัปตันแคนาดา อ่อนกว่ากุนซือ จอห์น เฮิร์ดแมน แค่ 7-8 ปี
• ไคล์ ลาริน ยิงในทีมชาติ 25 ประตู ส่วน โจนาธาน เดวิด 22 ลูก

 

ความน่าจะเป็น
ตามหน้าเสื่อ โครเอเชีย เหนือกว่า แต่ก็ยังไม่อาจมั่นใจได้ว่าพวกเขาจะชนะแน่ๆ เมื่อ แคนาดา ก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่หมู เล่นงาน เบลเยียม ได้ชนิดโอนไปเอนมา แต่สุดท้ายกลับแพ้ (แบบไม่น่าแพ้) ดังนั้น ก็จะไม่ใช่งานง่ายๆ ของ โครเอเชีย เช่นกัน โอกาสเสมอมี โอกาสที่โครเอเชียจะชนะก็มี แต่เต็มที่จะแค่ออกเฉือน

 

ผลที่คาด : เสมอ 1-1

 

โปรแกรมถัดไป
พฤหัสบดี 1 ธันวาคม 2565
22.00 — โครเอเชีย vs เบลเยียม
22.00 — แคนาดา vs โมร็อกโก

เบลเยียม vs โมร็อกโก : ตรวจความพร้อมรอบแรก ฟุตบอลโลก 2022

เบลเยียม vs โมร็อกโก : ตรวจความพร้อมรอบแรก ฟุตบอลโลก 2022

ฟุตบอลโลก 2022 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอฟ : เบลเยียม vs โมร็อกโก
อาทิตย์ 27 พฤศจิกายน 2565, 20.00 น.
สนาม : อัล ธูมาม่า สเตเดี้ยม, โดฮา
ถ่ายทอดสด : 9MCOT

 

ผลงานรอบคัดเลือก
เบลเยียม
แชมป์กลุ่มอี โซนยุโรป
เตะ 8 ชนะ 6 เสมอ 2 แพ้ 0 ยิงได้ 25 เสีย 6

โมร็อกโก
ชนะ ดีอาร์ คองโก รอบ 3 โซนแอฟริกา
นัดแรกเสมอ 1-1, นัดสองชนะ 4-1

 

ฟอร์ม 5 เกมหลังสุด
เบลเยียม
เนชั่นส์ ลีก ชนะ โปแลนด์ 1-0
เนชั่นส์ ลีก ชนะ เวลส์ 2-1
เนชั่นส์ ลีก แพ้ เนเธอร์แลนด์ 0-1
อุ่นเครื่อง แพ้ อียิปต์ 1-2
ฟุตบอลโลก 2022 ชนะ แคนาดา 1-0

โมร็อกโก
คัด AFCON ชนะ ไลบีเรีย 2-0
อุ่นเครื่อง ชนะ ชิลี 2-0
อุ่นเครื่อง เสมอ ปารากวัย 0-0
อุ่นเครื่อง ชนะ จอร์เจีย 3-0
ฟุตบอลโลก 2022 เสมอ โครเอเชีย 0-0

 

ผลการพบกัน (3 นัด)
ฟุตบอลโลก 1994 เบลเยียม ชนะ 1-0
อุ่นเครื่อง 1999 เบลเยียม ชนะ 4-0
อุ่นเครื่อง 2008 โมร็อกโก ชนะ 4-1

 

สภาพทีม
เบลเยียม
ผ่านเข้ารอบแบบไร้พ่ายจากรอบคัดเลือกโซนยุโรป และเกมแรกก็เบียดชนะ แคนาดา 1-0 จากประตูโทนของ มิชี่ บัตชูอายี่

 

โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ กุนซือชาวสแปนิชของทัพปีศาจแดงแห่งยุโรป ถูกคาดหมายว่าจะคุมทีมในฟุตบอลโลก 2022 ครั้งนี้เป็นทัวร์นาเมนต์สุดท้าย ภายหลังอยู่บนเก้าอี้มาพักใหญ่ตั้งแต่ปี 2016 และร่วมสร้างยุคทองให้ เบลเยียม เต็มไปด้วยนักเตะระดับคุณภาพ แต่กลับมีร่องรอยตำหนิตรงที่ไม่มีแชมป์รายการใดติดมือเป็นชิ้นเป็นอัน ดีที่สุดคือเป็นอันดับ 3 ฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย

 

สำหรับความพร้อมของ เบลเยียม ในเกมนี้ มาร์ติเนซ ยังคงไม่สามารถใช้งาน โรเมลู ลูกากู ดาวยิงเบอร์หนึ่งเจ้าของสถิติ 68 ประตูในนามทีมชาติ ได้ หลังจากหัวหอกอินเตอร์ มิลาน เจ็บต้นขาจนไม่ได้เล่นมาตั้งแต่สิ้นเดือน ต.ค.

 

การขาด ลูกากู ทำให้หน้าเป้าจะเป็นโอกาสต่อเนื่องของ มิชี่ บัตซูอายี่ โดยมี เควิน เดอ บรอยน์ กับ เอแด็น อาซาร์ เป็นตัวปั้นเกมสนับสนุน

 

โมร็อกโก
มีความเปลี่ยนแปลงสำคัญที่ตัวกุนซือ วาฮิด ฮาลิลฮ็อดซิช โดนเด้งไปเมื่อกลางปี หรือก่อนฟุตบอลโลก 2022 จะมาถึงแค่ไม่กี่เดือน โดยเป็น วาลิด เรกรากี อดีตนายใหญ่ อัล-ดูฮาอิล และ วีดัด คาซาบลังก้า มาเสียบแทน

 

แต่ โมร็อกโก ก็อยู่ในทรงที่ดีทีเดียว ชนะ 4 จาก 6 เกมหลังสุด และแพ้เกมเดียวเท่านั้นจาก 9 แมตช์หลัง รวมเกมแรกที่ยันเสมอ โครเอเชีย 0-0

 

อย่างไรก็ตาม เรกรากี มีตัวเจ็บเยอะทีเดียว ทั้ง นูสแซร์ มาซราอุย แบ็กจากบาเยิร์น มิวนิค, อับเดลฮามิด ซาบิรี่ กองกลางจากซามพ์โดเรีย และ อับเดสซาหมัด เอซซาลซูลี่ กองหน้าโอซาซูน่า ไม่พร้อมเล่น

 

แต่ขุนพลตัวหลักอย่าง ฮาคิม ซีเย็ค, โซฟียาน บูฟาล, ยุสเซฟ เอ็น-เนซีรี่ หรือ อัชราฟ ฮาคิมี่ พร้อมรบตามปกติทั้งหมด

 

ตัวความหวัง
เบลเยียม : เควิน เดอ บรอยน์
สร้างชื่อขึ้นเป็นหนึ่งในเพลย์เมกเกอร์ที่ดีที่สุดในโลก และมาตรฐานสูงๆ ก็ยังคงอยู่เช่นเดิมในซีซั่นนี้ ที่ยิง 3 ประตู แอสซิสต์อีกถึง 13 กับการเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 19 นัด สำหรับในทีมชาติ (94 นัด 25 ประตู) เดอ บรอยน์ ก็ถือเป็นทีเด็ดทีขาดที่ทุกคู่แข่งต้องระวังอยู่เสมอ ไม่ว่าจะลูกจ่ายคมๆ หรือการชงเองกินเองที่มิดฟิลด์วัย 31 พร้อมจัดให้ได้หมด

 

โมร็อกโก : ฮาคิม ซีเย็ค & อัชราฟ ฮาคิมี่
ฮาคิม ซีเย็ค เลิกเล่นทีมชาติไปช่วงหนึ่งเนื่องจากความขัดแย้งส่วนตัวกับโค้ชเก่า วาฮิด ฮาลิลฮอดซิช ซึ่งพอมีการเปลี่ยนเป็น วาลิด เรกรากี แล้วก็กลับสู่สารบบทีมชาติดังเดิม โดยแม้จะเจอปัญหาเข้าๆ ออกๆ จากทีมเชลซี แต่ก็คือตัวยืนของทีมชาติ มีผลงานยิง 18 ประตูจาก 44 เกม ด้าน ฮาคิมี่ พัฒนาตัวเองไปจนอยู่ในระดับแบ็กขวาตัวท็อปของวงการแล้ว พร้อมกับบางเสียงยกว่าเป็นเบอร์ 1 โลกยุคปัจจุบันด้วยซ้ำ โดยยิงไปแล้ว 8 ประตูใน 54 เกมทีมชาติ

 

11 ตัวจริงที่คาด
เบลเยียม (3-4-2-1, กุนซือ โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ) ติโบต์ กูร์กตัวส์ – ยาน แฟร์ตองเก้น, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, เลอันเดร์ เดนดองเคอร์ – ยานนิค การ์รัสโก้, อักเซล วิตเซล, ยูรี่ ตีเลมันส์, ทิโมธี คาสตันเย่ – เควิน เดอ บรอยน์, เอแด็น อาซาร์ – มิชี่ บัตชูอายี่
โมร็อกโก (4-2-3-1, กุนซือ วาลิด เรกรากี) ยาสซีน บูนู – นยาห์ย่า อัตติอัต-อัลลาห์, นาเยฟ อาแกร์ด, โรแม็ง ไซส์, อัชราฟ ฮาคิมี่ – อัซเซดีน อูนาฮี, โซฟียาน อัมราบัต – ฮาคิม ซีเย็ค, โซฟียาน บูฟาล, เซลิม อมัลลาห์ – ยุสเซฟ เอ็น-เนซีรี่

 

สถิติที่เกี่ยวข้อง
• พบกันมาแค่ 3 ครั้ง หนึ่งในนั้นเป็นเกมฟุตบอลโลก 1994 ที่สหรัฐฯ เบลเยียม เฉือนชนะ 1-0
• เจอกันล่าสุดปี 2008 โมร็อกโก ถลุง 4-1 ซึ่งบางคนอย่าง ยาน แฟร์ตองเก้น หรือ อักเซล วิตเซล อยู่ในทีมวันนั้นด้วย
• เบลเยียม ชนะเกมฟุตบอลโลก 7 จาก 8 นัดหลัง
• โมร็อกโก ไม่ชนะเกมฟุตบอลโลกถึง 10 จาก 11 แมตช์ล่าสุด
• โมร็อกโกชุดนี้มีเด็กอายุ 18 ด้วย อย่าง บิลาล เอล คานนุส กองกลางดาวรุ่งเชื้อสายเบลเยียมจาก เกงค์ ซึ่งไม่เคยเล่นชุดใหญ่มาก่อน

 

ความน่าจะเป็น
ห้ามประมาทเป็นเด็ดขาดสำหรับ เบลเยียม เมื่อนอกจากฟอร์มของพวกเขาเองจะไม่ได้อยู่ในจุดที่ดีที่สุดแล้ว ยังมีปัญหาสภาพทีม อีกทั้ง โมร็อกโก เองก็มีทีเด็ดทีขาดสร้างอันตรายได้อยู่ แม้ความเป็นไปได้อาจมีโอกาสที่ เบลเยียม จะชนะมากกว่า แต่จะไม่ยิงขาด และมีมุมที่ โมร็อกโก จะดึงแต้มได้ด้วย

 

ผลที่คาด : เบลเยียม ชนะ 1-0, เสมอ 1-1

 

โปรแกรมถัดไป
พฤหัสบดี 1 ธันวาคม 2565
22.00 — โครเอเชีย vs เบลเยียม
22.00 — แคนาดา vs โมร็อกโก

 

ญี่ปุ่น vs คอสตาริกา : ตรวจความพร้อมรอบแรก นัดสอง ฟุตบอลโลก 2022

ญี่ปุ่น vs คอสตาริกา : ตรวจความพร้อมรอบแรก นัดสอง ฟุตบอลโลก 2022

ฟุตบอลโลก 2022 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มอี : ญี่ปุ่น vs คอสตาริกา
อาทิตย์ 27 พฤศจิกายน 2565, 17.00 น.
สนาม : อาหมัด บิน อาลี สเตเดี้ยม, อัล รายยาน
ถ่ายทอดสด : GMM25

 

ผลงานรอบคัดเลือก
ญี่ปุ่น
อันดับ 2 กลุ่มบี รอบ 3 โซนเอเชีย
เตะ 10 ชนะ 7 เสมอ 1 แพ้ 2 ยิงได้ 12 เสีย 4

คอสตาริกา
อันดับ 4 รอบ 3 โซนคอนคาเคฟ
เพลย์ออฟต่างโซน ชนะ นิวซีแลนด์ 1-0

 

ฟอร์ม 5 เกมหลังสุด
ญี่ปุ่น
EAFF E-1 ชนะ เกาหลีใต้ 3-0
กิริน คัพ ชนะ สหรัฐอเมริกา 2-0
กิริน คัพ เสมอ เอกวาดอร์ 0-0
อุ่นเครื่อง แพ้ แคนาดา 1-2
ฟุตบอลโลก 2022 ชนะ เยอรมนี 2-1

คอสตาริกา
เพลย์ออฟบอลโลก ชนะ นิวซีแลนด์ 1-0
อุ่นเครื่อง เสมอ เกาหลีใต้ 2-2
อุ่นเครื่อง ชนะ อุซเบกิสถาน 2-1
อุ่นเครื่อง ชนะ ไนจีเรีย 2-0
ฟุตบอลโลก 2022 แพ้ สเปน 0-7

 

ผลการพบกัน : 5 นัด
ญี่ปุ่น ชนะ 4
เสมอ 1

 

สภาพทีม
ญี่ปุ่น
ทัพซามูไรสีน้ำเงินผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 7 ติดต่อกันแล้ว และสร้างผลงานโลกตะลึงเอาไว้ตั้งแต่เกมแรก ด้วยการยิงแซงชนะทีมระดับโลกอย่าง เยอรมนี เจ้าของแชมป์โลก 4 สมัย 2-1

 

ชัยชนะในเกมแรกยังหมายถึงว่า ถ้า ญี่ปุ่น เดินหน้าชนะได้ต่อเนื่องในเกมนี้ พวกเขาจะจ่อเข้ารอบน็อกเอาต์เต็มที โดยเฉพาะถ้าในคู่ดึก สเปน-เยอรมนี จบด้วยผลเสมอ หรือ สเปน ชนะได้ ญี่ปุ่น ก็จะเข้ารอบทันทีด้วย และเหลือแค่ชิงแชมป์กลุ่มกับ สเปน เท่านั้น

 

สภาพทีมของ ฮาจิเมะ โมริยาสุ มีปัญหาเล็กน้อยที่ความฟิตของ ฮิโรกิ ซากาอิ ซึ่งเจ็บจากเกมแรก แต่หากเล่นไม่ไหวก็มีตัวแทนตำแหน่งอยู่แล้วอย่าง ทาเคฮิโร่ โทมิยาสุ จากอาร์เซน่อล

 

ในราย ทาคุมะ อาซาโนะ โดยปกติเป็นสำรองอยู่แล้ว แต่ด้วยผลงานการลงสำรองไปพังประตูดับ เยอรมนี ก็ทำให้อาจได้รางวัลพิเศษ ได้ลงตัวจริงบ้าง เขี่ย ทาคุมิ มินามิโนะ ไปนั่งสำรอง

 

คอสตาริกา
ทีมกล้วยหอมจากคอนคาเคฟ ผ่านเข้ามาเล่นรอบสุดท้ายเป็นครั้งที่ 6 และหนที่ 3 ติดต่อกัน แต่ต้องออกแรงใช่ย่อยในการผ่านรอบเพลย์ออฟต่างทวีปกับ นิวซีแลนด์ และเบียดชนะสุดหวิว 1-0

 

มาในฐานะม้านอกสายตา แต่ ณ ตอนนี้ดูจะเป็นม้าป่วยกระเสาะกระแสะไปเสีย กับการที่ลงเล่นเกมแรกแพ้ สเปน แบบไร้ทางสู้ 0-7 ดังนั้นถ้าแพ้เกมนี้อีก ตกรอบแรกทันที

 

ในการทำทีมของ หลุยส์ แฟร์นันโด ซัวเรซ คอสตาริกายังมาด้วยสมาชิกหน้าเดิมๆ อย่าง เคย์เลอร์ นาวาส, ไบรอัน โอเวียโด้, เซลโซ่ บอร์เกส, เยลท์ซิน เตเฮด้า, กัปตันทีม ไบรอัน รุยซ์ และ โจเอล แคมป์เบลล์ ที่รวมตัวกันมาตั้งแต่บอลโลก 2014 แล้ว

 

ตัวความหวัง
ญี่ปุ่น : ทาคุมะ อาซาโนะ
กลายเป็นประเด็นว่า อาร์เซน่อล ทำเพชรเม็ดงามชิ้นนี้หลุดมือไปได้อย่างไร ภายหลัง อาซาโนะ สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการลงสำรองไปพังประตูชัยปลิดชีพ เยอรมนี 2-1 เมื่อวันก่อน กระนั้นก็เป็นเรื่องเข้าใจได้ว่า อาซาโนะ ย้ายมากรุงลอนดอนตั้งแต่อายุแค่ 22 และโดนปฏิเสธเวิร์คเพอร์มิตด้วย จนที่สุดแล้วหลังจากส่งยืมหลายรอบก็ต้องปล่อยขาดไปอย่างเสียมิได้ ตอนนี้อยู่กับ โบคุ่ม ในเยอรมนี และลงเล่นทีมชาติ 38 นัด ซัด 8 ประตู

 

คอสตาริกา : โจเอล แคมป์เบลล์
ดังมานาน สร้างชื่อมาจนถึงจุดพีคแล้วก็ดร็อปลงไปจนแฟนบอลแทบจะลืมหน้ากันแล้ว แต่แท้ที่จริง อดีตกองหน้าอาร์เซน่อลรายนี้เพิ่งจะอายุ 30 ถ้วนเท่านั้นเอง โดยตอนที่เป็นแข้งปืนโต เขาอายุแค่ 22-23 เท่านั้น จากนั้นก็ย้ายออกไปยังหลายประเทศ ปัจจุบันอยู่กับ คลับ เลออน ในเม็กซิโก และยังคงเฝ้ารับใช้ชาติอยู่ต่อไป เล่นแล้ว 120 นัด ซัด 25 ประตู หนึ่งในนั้นก็คือประตูสำคัญดับ นิวซีแลนด์ จนพาให้ คอสตาริกา มาเล่นฟุตบอลโลก 2022

 

11 ตัวจริงที่คาด
ญี่ปุ่น (4-2-3-1, กุนซือ ฮาจิเมะ โมริยาสุ) ชูอิจิ กอนดะ – ยูโตะ นางาโตโมะ, มายะ โยชิดะ, โค อิตาคุระ, ทาเคฮิโระ โทมิยาสุ – กาคุ ชิบาซากิ, ฮิเดมาสะ โมริตะ – ทาเคฟุสะ คุโบะ, ไดอิจิ คามาดะ, จุนยะ อิโตะ – ทาคุมะ อาซาโนะ
คอสตาริกา (4-4-2, กุนซือ หลุยส์ แฟร์นันโด ซัวเรซ) เคย์เลอร์ นาวาส – ไบรอัน โอเวียโด้, ออสการ์ ดูอาร์เต้, ฟรานซิสโก้ กัลโว, คาร์ลอส มาร์ติเนซ – เคย์เชอร์ ฟูลเลอร์, เซลโซ่ บอร์เกส, เยลท์ซิน เตเฮด้า, เยวิสัน เบนเน็ตเต้ – โจเอล แคมป์เบลล์, อันโธนี่ คอนเตรราส

 

สถิติที่เกี่ยวข้อง
• พบกันมา 5 ครั้ง ญี่ปุ่น ไม่เคยแพ้ โดยชนะแบบยิงได้ 3 ประตูโดยตลอด ล่าสุดอุ่นเครื่องปี 2018 ญี่ปุ่นชนะ 3-0
• ฮาจิเมะ โมริยาสุ จะคุมทีมชาติญี่ปุ่นเป็นนัดที่ 60 ในเกมนี้ โดยที่ผ่านมา ชนะ 40 เสมอ 8 แพ้ 11
• ทาคุมิ มินามิโนะ เป็นดาวซัลโวของญี่ปุ่นในชุดนี้ ด้วยการยิงไปแล้ว 17 ประตู
• คอสตาริกา แพ้แค่ 2 นัดจากการเล่น 14 เกมหลังสุดในทุกรายการ (ชนะ 10 เสมอ 2 แพ้ 2) แต่หนึ่งในนั้นก็คือการโดน สเปน กราดยิง 7-0
• คอสตาริกาชุดนี้ มีนักเตะอายุ 30 ขึ้นไปมากถึง 11 คน สูงวัยสุดคือ ไบรอัน รุยซ์ กัปตันทีมวัย 37

 

ความน่าจะเป็น
คอสตาริกา อยู่ในสภาพที่ไม่พร้อมต่อกรกับใครทั้งสิ้นจากฟอร์มที่เป็นในนัดแรกกับ สเปน ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าพวกเขาจะตื่นหรือยังกับเกม 2 นัดนี้ ที่จะเจอคู่แข่งคุณภาพดร็อปลงมาเล็กน้อย กระนั้นถ้ายังสะลึมสะลือ ก็คงไม่รอดเงื้อมมือซามูไรแต่อย่างใด

 

ผลที่คาด : ญี่ปุ่น ชนะ 1-0, 2-0

 

โปรแกรมถัดไป
พฤหัสบดี 1 ธันวาคม 2565
02.00 — ญี่ปุ่น vs สเปน
02.00 — คอสตาริกา vs เยอรมนี

อาร์เจนติน่า vs เม็กซิโก : ตรวจความพร้อมรอบแรก นัดสอง ฟุตบอลโลก 2022

อาร์เจนติน่า vs เม็กซิโก : ตรวจความพร้อมรอบแรก นัดสอง ฟุตบอลโลก 2022

ฟุตบอลโลก 2022 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มซี นัดสอง : อาร์เจนติน่า vs เม็กซิโก
เสาร์ 26 พฤศจิกายน 2565, 02.00 น.
สนาม : ลูเซล ไอคอนิก สเตเดี้ยม, ลูเซล
ถ่ายทอดสด : NBT

 

ผลงานรอบคัดเลือก
อาร์เจนติน่า
อันดับ 2 รอบคัดเลือกโซนอเมริกาใต้
เตะ 17 ชนะ 11 เสมอ 6 แพ้ 0 ยิงได้ 27 เสีย 8

เม็กซิโก
อันดับ 2 รอบคัดเลือกรอบ 3 โซนคอนคาเคฟ
เตะ 14 ชนะ 8 เสมอ 4 แพ้ 2 ยิงได้ 17 เสีย 8

 

ฟอร์ม 5 เกมหลังสุด
อาร์เจนติน่า
อุ่นเครื่อง ชนะ เอสโตเนีย 5-0
อุ่นเครื่อง ชนะ ฮอนดูรัส 3-0
อุ่นเครื่อง ชนะ จาไมก้า 3-0
อุ่นเครื่อง ชนะ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 5-0
ฟุตบอลโลก 2022 แพ้ ซาอุดีอาระเบีย 1-2

เม็กซิโก
อุ่นเครื่อง ชนะ เปรู 1-0
อุ่นเครื่อง แพ้ โคลอมเบีย 2-3
อุ่นเครื่อง ชนะ อิรัก 4-0
อุ่นเครื่อง แพ้ สวีเดน 1-2
ฟุตบอลโลก 2022 เสมอ โปแลนด์ 0-0

 

ผลการพบกัน : 35 นัด
อาร์เจนติน่า ชนะ 16
เสมอ 14
เม็กซิโก ชนะ 5

 

สภาพทีม
อาร์เจนติน่า
มาตามหาแชมป์โลกสมัย 3 ด้วยทรงที่ดีเป็นที่สุด ยืนสถิติไร้พ่ายยาวนาน 36 นัด แต่ปรากฏว่าสะดุดล้มหัวทิ่มหัวตำมันตั้งแต่เกมแรก ยิงนำ ซาอุดีอาระเบีย ไปก่อนตั้งแต่ต้นเกม สุดท้ายพลิกพ่าย 1-2

 

เมื่อเริ่มด้วยความพ่ายแพ้ ทำให้ อาร์เจนฯ หลังพิงฝาหน้าติดเชือกแล้ว ไม่สามารถแพ้ได้อีก หากพลาดท่าซ้ำสองขึ้นมา ก็บอกลาฟุตบอลโลก 2022 ได้เลย

 

ลิโอเนล สคาโลนี่ มีปัญหาสภาพทีมเล็กน้อย ไม่นับพวกที่ถอนไปก่อนบอลโลกมา โดยต้องเช็กสภาพของ ลิซานโดร มาร์ติเนซ เซนเตอร์แบ็กจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เกมแรกไม่พร้อมจนต้องใช้ นิโกลัส โอตาเมนดี้ ยืนกับ คริสเตียน โรเมโร่

 

ระบบจะยังคงเดิม 4-4-2 หรือ 4-2-2-2 เกมรุก อเลฮานโดร โกเมซ กับ อังเคล ดิ มาเรีย ทำเกมสนับสนุนคู่หน้า ลิโอเนล เมสซี่ – เลาตาโร่ มาร์ติเนซ

 

เม็กซิโก
เข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2022 มาด้วยการเป็นรองแชมป์โซนคอนคาเคฟ และเริ่มต้นด้วยผลเสมอ โปแลนด์ 0-0 กิเยร์โม่ โอชัว ช่วยทีมไว้ด้วยการเซฟจุดโทษของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

 

เคราร์โด้ มาร์ติโน่ โค้ชอาร์เจนไตน์ของทัพจังโก้ สภาพทีมดีขึ้นเมื่อ ราอูล ฮิมิเนซ กองหน้าตัวความหวังจาก วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ฟิตพร้อมคืนตัวจริงแล้ว โดยจะนำเกมรุกในระบบ 4-3-3 เคียงข้าง เออร์วิ่ง โลซาโน่ กับ อเล็กซิส เวก้า

 

กระนั้นทีมชุดนี้ไม่มีตัวดังอย่าง ฮาเวียร์ “ชิชาริโต้” เอร์นันเดซ หรือ เฮซุส มานูเอล โคโรน่า ติดมาด้วย โดยรายหลังฟื้นฟิตไม่ทันเล่นบอลโลก

 

ตัวความหวัง
อาร์เจนติน่า : ลิโอเนล เมสซี่
กับการมาฟุตบอลโลกหนสุดท้าย ไม่มีอะไรต้องกั๊กหรือต้องยั้งไว้อีกแล้วสำหรับ เมสซี่ ที่จะใส่สุดเพื่อไล่ล่าแชมป์โลกเป็นการสั่งลา ซึ่งสิ่งสำคัญก็คือ ดาวเตะวัย 35 กำลังเข้าฝักดีเสียด้วยในซีซั่นนี้ ยิง 12 ประตูให้กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และ 11 ประตูจากการเล่นทีมชาติแค่ 5 เกมหลัง ขออย่างเดียวคือแค่ว่าขุนพลรอบๆ ข้างอย่าช็อตไปดื้อๆ เหมือนเกมกับ ซาอุฯ ก็พอ ที่เหลือ เมสซี่ จัดให้เอง

 

เม็กซิโก : เออร์วิ่ง โลซาโน่
หนึ่งในคนที่ทัพจังโก้อันตรายต้องพึ่งพาในเกมรุก คือ เออร์วิ่ง “ชัคกี้” โลซาโน่ ตัวรุกสารพัดประโยชน์วัย 27 จากนาโปลี ซึ่งที่จริงถูกจับตามองตั้งแต่ฟุตบอลโลกหนที่แล้วที่รัสเซีย โชคร้ายที่ไปไม่ได้ไกลนักเมื่อต้องเจอ บราซิล ในรอบ 8 ทีม โดย โลซาโน่ เล่นทีมชาติไปแล้ว 61 นัด ซัด 16 ประตู แต่ที่แรงกว่าคือฟอร์มกับต้นสังกัด นาโปลี ที่ยิง 4 ลูกจาก 19 เกมในครึ่งซีซั่นแรกที่ผ่านมา

 

11 ตัวจริงที่คาด
อาร์เจนติน่า (4-4-2, กุนซือ ลิโอเนล สคาโลนี่) เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ – นาอูเอล โมลิน่า, นิโกลัส โอตาเมนดี้, คริสเตียน โรเมโร่, นิโกลัส ตายาฟิโก้ – อเลฮานโดร โกเมซ, โรดริโก้ เด ปอล, เลอันโดร ปาเรเดส, อังเคล ดิ มาเรีย – ลิโอเนล เมสซี่, เลาตาโร่ มาร์ติเนซ
เม็กซิโก (4-3-3, กุนซือ เคราร์โด้ มาร์ติโน่) กิเยร์โม่ โอชัว – เฮซุส กายาร์โด้, เซซ่าร์ มอนเตส, เอ็กตอร์ โมเรโน่, ฮอร์เก้ ซานเชซ – เอ็กตอร์ เอร์เรร่า, เอ๊ดสัน อัลวาเรซ, อันเดรส กวาร์ดาโด้ – อเล็กซิส เวก้า, ราอูล ฮิมิเนซ, เออร์วิ่ง โลซาโน่

 

สถิติที่เกี่ยวข้อง
• คู่นี้พบกันมากถึง 35 ครั้ง เริ่มครั้งแรกตั้งแต่ฟุตบอลโลก 1930 มาเลยทีเดียว
• 18 ครั้งหลังที่พบกัน (ตั้งแต่ 1991) อาร์เจนติน่า แพ้ เม็กซิโก ครั้งเดียวเท่านั้น (0-1 โคปา อเมริกา 2004) นอกนั้น อาร์เจนฯ ชนะ 12 เสมอ 5
• อาร์เจนฯ ถูกหยุดสถิติไม่แพ้ใครไว้ที่ 36 เกม ไม่อาจเทียบเท่าสถิติโลก 37 นัดของ อิตาลี 2018-2021 ได้
• ลิโอเนล เมสซี่ ยิงให้ทีมชาติมากถึง 12 ประตูในปีนี้
• อันเดรส กวาร์ดราโด้ กัปตันทีมวัย 36 ของเม็กซิโก ลงเล่นทีมชาติมาแล้วถึง 178 นัด และฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นสมัยที่ 5 เช่นเดียวกับ กิเยร์โม่ โอชัว (132 เกม)

 

ความน่าจะเป็น
แม้จะพลาดท่ามาในเกมแรก แต่การเจอกับทีมของหวานที่คุ้นเคยอย่าง เม็กซิโก ไม่เคยใช่ปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งว่า อาร์เจนติน่า ต้องใส่สุดตัว เน้นทุกเม็ด เมื่อไม่อาจพลาดพลั้งซ้ำสองได้อีกแล้ว เชื่อว่า เมสซี่ และชาวคณะฟ้าขาวจะเจาะ กิเยร์โม่ โอชัว เข้า และไม่ใช่แค่ลูกเดียวด้วย

 

ผลที่คาด : อาร์เจนติน่า ชนะ 3-1

 

โปรแกรมถัดไป
พุธ 30 พฤศจิกายน 2565
02.00 — โปแลนด์ vs อาร์เจนติน่า
02.00 — ซาอุดีอาระเบีย vs เม็กซิโก

ฝรั่งเศส vs เดนมาร์ก : ตรวจความพร้อมรอบแรก นัดสอง ฟุตบอลโลก 2022

ฝรั่งเศส vs เดนมาร์ก : ตรวจความพร้อมรอบแรก นัดสอง ฟุตบอลโลก 2022

ฟุตบอลโลก 2022 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มดี : ฝรั่งเศส vs เดนมาร์ก
เสาร์ 26 พฤศจิกายน 2565, 23.00 น.
สนาม : สเตเดี้ยม 974, โดฮา
ถ่ายทอดสด : ทีสปอร์ต 7

 

ผลงานรอบคัดเลือก
ฝรั่งเศส
แชมป์กลุ่มดี โซนยุโรป
เตะ 8 ชนะ 5 เสมอ 3 แพ้ 0 ยิงได้ 18 เสีย 3

เดนมาร์ก
แชมป์กลุ่มเอฟ โซนยุโรป
แข่ง 10 ชนะ 9 แพ้ 1 ยิงได้ 30 เสีย 3

 

ฟอร์ม 5 เกมหลังสุด
ฝรั่งเศส
เนชั่นส์ ลีก เสมอ ออสเตรีย 1-1
เนชั่นส์ ลีก แพ้ โครเอเชีย 0-1
เนชั่นส์ ลีก ชนะ ออสเตรีย 2-0
เนชั่นส์ ลีก แพ้ เดนมาร์ก 0-2
ฟุตบอลโลก 2022 ชนะ ออสเตรเลีย 4-1

เดนมาร์ก
เนชั่นส์ ลีก แพ้ โครเอเชีย 0-1
เนชั่นส์ ลีก ชนะ ออสเตรีย 2-0
เนชั่นส์ ลีก แพ้ โครเอเชีย 1-2
เนชั่นส์ ลีก ชนะ ฝรั่งเศส 2-0
ฟุตบอลโลก 2022 เสมอ ตูนิเซีย 0-0

 

ผลการพบกัน : 16 นัด
ฝรั่งเศส ชนะ 8
เสมอ 2
เดนมาร์ก ชนะ 6

 

สภาพทีม
ฝรั่งเศส
เริ่มต้นเส้นทางป้องกันแชมป์โลกได้อย่างสวยงาม แม้โดน ออสเตรเลีย ยิงนำ แต่ก็เร่งเครื่องรัวแซงจนชนะขาด 4-1 ด้วยประตูจาก อาเดรียง ราบิโอต์, คีลิยัน เอ็มบัปเป้ และ 2 ประตูของ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

 

อย่างไรก็ตาม ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ ยังคงโดนปัญหาลูกทีมบาดเจ็บเล่นงานอย่างต่อเนื่อง ถัดจากที่เสีย โกร็องแต็ง โตลิสโซ่, ไมค์ เมนยอง, ปอล ป๊อกบา, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เพรสแนล คิมเพ็มเบ้, คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู, คาริม เบนเซม่า ล่าสุดก็เป็น ลูคัส เอร์นันเดซ แบ็กซ้ายเบอร์แรกที่เจ็บจากเกมกับ ออสเตรเลีย และต้องถอนตัวจากทัวร์นาเมนต์ไปทันที

 

ประเด็นก็คือ เมื่อเริ่มเล่นเกมแรกไปแล้ว เดส์ชองส์ ก็ไม่อาจเรียกใครมาเสริมเพิ่มเติมได้อีก ดังนั้น ฝรั่งเศส จะต้องไปต่อจนจบรายการด้วยขุมกำลังนักเตะ 24 คนเท่านั้น

 

นอกจากนั้น สภาพร่างกายของ ราฟาแอล วาราน เซนเตอร์แบ็กคนสำคัญจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เป็นเรื่องต้องจับตา หลังจากเกมแรกต้องเปลี่ยนไปใช้คู่ขาใหม่ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ กับ อิบราฮิมา โกนาเต้ ลงตัวจริง

 

สำหรับแนวรุกค่อนข้างลงตัวแล้ว ในระบบ 4-2-3-1 คีลิยัน เอ็มบัปเป้, อองตวน กรีซมันน์, อุสมัน เดมเบเล่ สอดประสานหลังหอกเป้า โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

 

เดนมาร์ก
ทั้งที่มาด้วยผลงานชั้นยอดในรอบคัดเลือก รวมถึง ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เมื่อกลางปีก็ทำได้ดี แต่การเริ่มต้นฟุตบอลโลก 2022 ด้วยผลเสมอตัวแทนแอฟริกาอย่าง ตูนิเซีย 0-0 ก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องน่าพอใจ

 

แง่ดีเพียงอย่างเดียวคือการทำคลีนชีตได้อีกครั้ง ไม่เสียประตูเป็นเกมที่ 3 จาก 4 แมตช์หลังสุด

 

ทว่า แคสเปอร์ ฮูลมันด์ ก็ต้องเสียคนสำคัญในแดนกลางอย่าง โธมัส เดอลานีย์ มิดฟิลด์จากเซบีย่า ถอนตัวไปเรียบร้อยแล้ว หลังเจ็บขาจากเกมพบ ตูนิเซีย และต้องพักแข้งนานนับเดือน

 

ระบบคงเดิมที่ 3-5-2 โดยคาดว่าจะส่ง มาเธียส เยนเซ่น ลงมาแทน เดอลานีย์ เพื่อให้ คริสเตียน เอริคเซ่น เน้นเกมรุกจากตรงกลาง ขณะที่แดนหน้าก็มีสิทธิ์เปลี่ยน มาร์ติน เบรธเวท อาจได้จับคู่กับ อันเดรียส คอร์เนเลียส ผู้ซึ่งยิง 2 ประตูใส่ ฝรั่งเศส ในรายการเนชั่นส์ ลีก

 

ตัวความหวัง
ฝรั่งเศส : คีลิยัน เอ็มบัปเป้
ต้องกลายเป็นผู้นำเกมรุกเบอร์ 1 ของทัพตราไก่ในฟุตบอลโลก 2022 แทนที่เจ้าของบัลลงดอร์อย่าง คาริม เบนเซม่า ที่ถอนตัวไป แต่ด้วยวัยวุฒิและคุณวุฒิของ เอ็มบัปเป้ ในวัย 23 ก็ดูพร้อมเต็มที่แล้วในการสวมบทบาทนี้ ภายหลังเริ่มเล่นทีมชาติมาตั้งแต่ยังละอ่อน ถึงตรงนี้เล่นไปแล้ว 60 เกม ยิง 29 ประตู และเป็นหนึ่งในตัวเก็งคว้ารางวัลดาวซัลโวบอลโลกงวดนี้ ภายหลังยิงรัวๆ กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาตลอดหลายปี ซีซั่นนี้ก็มีแล้ว 19 ประตู

 

เดนมาร์ก : คริสเตียน เอริคเซ่น
มีฉากชีวิตตลอดปีหลังๆ เหมือนในนิยาย ล้มฟุบหมดสติกลางสนามจนอยู่บนเส้นของความเป็นความตายในยูโร 2020 และถูกคาดหมายว่าจะต้องเลิกเล่นไปแล้ว ก่อนจะฟื้นตัวกลับมากลายเป็นคีย์แมนแดนกลางของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชุดปัจจุบัน ซึ่งก็ส่งผลดีต่อ เดนมาร์ก โดยตรง จากการที่คลาสบอลของ เอริคเซ่น จัดอยู่ในระดับแถวหน้าของยุโรปอย่างสบาย แถมยังมีสถิติสวยๆ ของการพังประตูในนามทีมชาติ ที่กดไปแล้ว 39 ลูก (จาก 117 นัด) เป็นดาวซัลโวสูงสุดในทีมชุดนี้ ทั้งที่เล่นตำแหน่งกองกลางล้วนๆ

 

11 ตัวจริงที่คาด
ฝรั่งเศส (4-2-3-1, กุนซือ ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์) อูโก้ โยริส – เตโอ เอร์นันเดซ, อิบราฮิมา โกนาเต้, ดาโยต์ อูปาเมกาโน่, เบนชาแม็ง ปาวาร์ – อาเดรียง ราบิโอต์, ออเรเลียง ชูอาเมนี่ – อุสมัน เดมเบเล่, อองตวน กรีซมันน์, คีลิยัน เอ็มบัปเป้ – โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์
เดนมาร์ก (3-5-2, กุนซือ แคสเปอร์ ฮูลมันด์) แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล – อันเดรียส คริสเตนเซ่น, ซิมอน เคียร์, โยอาคิม อันเดอร์เซ่น – โยอาคิม เมห์เล่, มาเธียส เยนเซ่น, ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก, คริสเตียน เอริคเซ่น, ราสมุน คริสเตนเซ่น – มาร์ติน เบรธเวท, อันเดรียส คอร์เนเลียส

 

สถิติที่เกี่ยวข้อง
• เจอกันมามากถึง 16 ครั้ง ฝรั่งเศส ชนะมากก็จริงที่ 8 นัด (เดนมาร์ก 6) แต่สองนัดหลังที่พบกัน เดนมาร์ก ชนะไปกลับ 2-1 และ 2-0
• บรรดาตัวเลือกกองกลางของฝรั่งเศส มีเพียง อาเดรียง ราบิโอต์ ที่รับใช้ทีมชาติชุดใหญ่เกิน 15 นัด (30 นัด 3 ประตู) นอกนั้นอีก 5 ชอยส์ล้วนแต่เล่นทีมชาติไม่เกิน 15 เกม แถม 4 คนในนั้นยังเล่นมาแค่ 5-6 นัดด้วย
• คาริม เบนเซม่า ไม่อยู่ แต่ที่เหลืออย่าง คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (29), โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (51), อองตวน กรีซมันน์ (42) ถล่มประตูในนามทีมชาติได้รวมกันถึง 122 ลูก
• โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของ ฝรั่งเศส เทียบเท่ากับ เธียร์รี่ อองรี แล้ว จากนี้ยิงได้อีกไม่ว่ากี่ประตู ก็จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำแบบเดี่ยวๆ ทั้งสิ้น

 

ความน่าจะเป็น
ความผิดพลาดครั้งใหญ่ของ เดนมาร์ก คือได้แค่ผลเสมอจาก ตูนิเซีย ในนัดแรก เนื่องจากแม้ว่าพวกเขาจะค่อนข้างข่ม ฝรั่งเศส ตลอดช่วงหลัง แต่นั่นคงไม่สำคัญมากไปกว่าการเผชิญหน้ากันจริงในเกมตรงหน้า และ ฝรั่งเศส ก็แสดงให้เห็นถึงความหิวกระหายที่ดีเยี่ยมด้วยในเกมแรก มีเกมรุกที่จัดจ้านดีเหลือเกิน ซึ่ง เดนมาร์ก เมื่อต้องเจอคู่แข่งที่รุกร้อนแรงประเภทนี้เมื่อไหร่ ก็ไปไม่เป็นเมื่อนั้น

 

ผลที่คาด : ฝรั่งเศส ชนะ 2-0

 

โปรแกรมถัดไป
พุธ 30 พฤศจิกายน 2565
22.00 — ตูนิเซีย vs ฝรั่งเศส
22.00 — ออสเตรเลีย vs เดนมาร์ก