เรื่อง

โปรตุเกส – อุรุกวัย บอลคู่ใหญ่ของกลุ่ม เอช ที่หากโรนัลโด้แอนด์เดอะ แก๊ง คว้าชัย พวกเขาจะเข้ารอบต่อไปของฟุตบอลโลก 2022

โปรตุเกส – อุรุกวัย บอลคู่ใหญ่ของกลุ่ม เอช ที่หากโรนัลโด้แอนด์เดอะ แก๊ง คว้าชัย พวกเขาจะเข้ารอบต่อไปของฟุตบอลโลก 2022

ทำนายผล เกมนัดที่ 4 ของกลุ่ม เอช โปรตุเกส – อุรุกวัย

วันที่ 29 พฤศจิกายน เวลา 02:00 น. (ตามเวลาบ้านเรา) ถ่ายทอดทาง: CH5/ True Sports 2

โปรตุเกส ฟุตบอลโลก 2022

โรนัลโด้กับครั้งสุดท้ายในฟุตบอลโลก 2022 (ภาพ: football32.com)

สถานการณ์ของโปรตุเกสและอุรุกวัย

โปรตุเกสเริ่มฟุตบอลโลก 2022 ด้วยเรื่องราวดราม่า ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งของคริสเตียโน่ โรนัลโด้กับต้นสังกัด ไล่มาถึงชัยชนะนัดแรกเหนือกาน่า 3-2 ในแบบที่เกือบจะถูกตีเสมอในตอนท้าย และกำชัยได้ในนัดนี้ พวกเขาจะก้าวเท้าสู่รอบ 16 ทีม และหากเกมระหว่างกาน่ากับเกาหลีใต้ จบลงด้วยการเสมอกัน ทีมฝอยทองก็จะกลายเป็นที่ 1 ในกลุ่มทันที

อุรุกวัยเสมอกับเกาหลีใต้แบบยิงกันแทบไม่เข้ากรอบ ในเกมที่ทั้ง 22 คนในสนามสู้กันอย่างสนุกแม้เกมจะจบด้วยสกอร์ 0-0 และกับนัดที่สองของทีม ไม่ว่าจะแพ้ ชนะ หรือเสมอ ก็ยังการันตีไม่ได้ว่า พวกเขาจะได้เข้ารอบ 16 ทีมไหม ขึ้นอยู่กับเกมระหว่างเกาหลีใต้และกาน่า โดยเกมนัดสุดท้ายของพวกเขาก็คือการเจอกับกาน่า ที่หากชนะนัดนี้ก็ทำให้โอกาสสดใสมากกว่า เสมอหรือแพ้แน่ ๆ

ที่จะว่าไปแล้วทั้งคู่ก็เป็นคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อ พอฟัดพอเหวี่ยงกันเป็นอย่างดี ทำให้การที่จะคว้าสามแต้มแล้วเข้ารอบต่อไปตั้งแต่นัดนี้ของโปรตุเกส ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อในเกมนัดแรก ทีมฝอยทองเผยให้เห็นจุดอ่อนในแนวรับมากมาย แล้วหากต้องการเดินหน้าผ่านรอบ 16 ทีมไปให้ได้ ซึ่งจะเป็นหนแรกนับตั้งแต่ฟุตบอลโลก 2006 โปรตุเกสต้องคว้าที่ 1 ในกลุ่มให้สำเร็จ เพราะหากเป็นที่สอง ทีมที่จะต้องเจอในรอบต่อไปก็คือ แชมป์ของกลุ่มจี ไม่น่าจะเป็นแคเมอรูน, เซอร์เบีย ที่คว่ำพวกเขาในรอบคัดเลือก หรือสวิตเซอร์แลนด์แน่ ๆ แต่จะเป็นบราซิล โดยฟุตบอลโลกหนที่แล้วที่รัสเซีย ทั้งคู่ก็เจอกันในรอบ 16 ทีม ซึ่งทีมจากอเมริกาใต้คว้าชัยด้วยสกอร์ 2-1 จากการยิงของเอดินสัน คาวานี่ ที่ยังคงติดทีมมาเล่นในปีนี้ และเขากับหลุยส์ ซัวเรซ อาจพาทีมไปได้ไกลจนถึงรอบรองชนะเลิศได้เช่นที่เคยเกิดขึ้นในปี 2010

หากเทียบประวัติศาสตร์ของทั้งสองทีม โดยไม่ต้องนึกถึงแชมป์ 2 ครั้งที่ได้มาในฟุตบอลโลกยุคโบราณ อุรุกวัยทำได้ดีกว่าโปรตุเกส ด้วยการเข้ารอบรองชนะเลิศในปี 2010 เข้ารอบ 16 ทีมในปี 2014 และเข้ารอบ 8 ทีมในปี 2018 เห็นได้ชัดว่า อุรุกวัยมีประสบการณ์ในฟุตบอลโลกที่มากกว่า หากพวกเขาต่างก็ไม่ใช่ทีมเต็งที่จะคว้าแชมป์ด้วยกันทั้งคู่ แต่ถ้าโรนัลโด้เกิดพาโปรตุเกสทำได้ขึ้นมา มันก็น่าจะเป็นเรื่องโรแมนติกไม่น้อย

อุรุกวัย ฟุตบอลโลก 2022

สองกองหน้าเสือเฒ่า คาวานี่-ซัวเรซ จะพาอุรุกวัยไปได้ไกลแค่ไหนในฟุตบอลโลก 2022 (ภาพ: Alex Pantling/Getty Images)

สถานการณ์ผู้เล่นของโปรตุเกสและอุรุกวัย

ไม่มีรายงานผู้เล่นบาดเจ็บเพิ่มเติมจากฝั่งโปรตุเกส หลังเกมกับกาน่า แต่เฟอร์นานโด ซานโต๊ส โค้ชใหญ่ของทีม อาจเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นบางคน โดยวิลเลียม คาร์วัลโญ่ ที่ถูกส่งลงในครึ่งหลังและทำให้ทีมแน่นขึ้น เป็นไปได้ว่าจะได้เริ่มเกมในตำแหน่งของโอตาวิโอ ที่เจ็บหลังโคนขาในเกมนัดแรก ราฟาเอล เลเอาลุกจากม้านั่งสำรอง และทำประตูกาน่าได้สำเร็จ แต่ก็น่าจะเป็นตัวสำรองไปก่อน เมื่อซานโต๊สคงใช้บรูโน่ เฟอร์นานด์ส กับชูเอา เฟลิกซ์ สนับสนุนคริสเตียโน่ โรนัลโด้ในแนวรุก ทางเกมรับ ดิโอโก้ ดาโลต์ อาจได้ลงแทนชูเอา คันเซโลในตำแหน่งแบ็คซ้าย และราฟาเอล เกวร์เรโร่ น่าจะได้เล่นเป็น 11 ตัวแรก ขณะที่นูโน เม็นเดส แบ็คจากเปแอสเช ที่มีปัญหากล้ามเนื้อคงต้องพักต่อ

อุรุกวัยยังไม่มีโรนัลด์ อราอูโฮ กองหลังจากบาร์เซโลน่า ที่ติดทีมมาทั้ง ๆ ที่รับการผ่าตัดต้นขาเมื่อสิ้นเดือนกันยายน ทำให้เซเซเรสจะได้ลงเล่นในแนวรับร่วมกับโกดิน, โฮเซ จิมีเนซ และมาเธียส โอลิเวร่า ส่วนแดนกลางจะเป็นพื้นที่ของมาติอาส เวซิโน่ กับวัลเวอร์เด้ และร็อดริโก้ เบนตาเคอร์ แดนหน้า คาวานี่มีสิทธิได้ลงเล่นตั้งแต่ต้นเกม ถ้าซัวเรซซึ่งเป็นตัวหลักไม่ฟิต แม้ในเกมกับเกาหลีใต้ ดาวเตะอายุ 35 ดูจะสู้แนวรับของทีมจากเอเชียไม่ได้ โดยดาร์วิน นูนเญซ และฟากุนโด้ เปญิสตรี้ น่าจะยืนกระหนาบซ้าย-ขวา

โปรตุเกส – อุรุกวัย บอลคู่ใหญ่ของกลุ่ม เอช ที่หากโรนัลโด้แอนด์เดอะ แก๊ง คว้าชัย พวกเขาจะเข้ารอบต่อไปของฟุตบอลโลก 2022

(ภาพ Carlos Rodrigues/Getty Images)

นักเตะที่น่าจะได้ลงสนามเป็น 11 ตัวจริงของโปรตุเกสและอุรุกวัย

โปรตุเกส ระบบ 4-3-3: คอสต้า; คันเซโล, เปไรร่า, ดิอาส, เกวร์เรโร่; เบอร์นาโด, เนเวส, คาร์วัลโญ่; เฟอร์นานด์ส, โรนัลโด้, เฟลิกซ์
อุรุกวัย ระบบ 4-3-3: โรเชต์; เซเซเรส, โกดิน, จิมีเนซ, โอลิเวียร่า; วัลเวอร์เด้, เบนทาเคอร์, เวซิโน; เปญิสตรี้, ซัวเรซ, นูนเญซ

โปรตุเกส – อุรุกวัย บอลคู่ใหญ่ของกลุ่ม เอช ที่หากโรนัลโด้แอนด์เดอะ แก๊ง คว้าชัย พวกเขาจะเข้ารอบต่อไปของฟุตบอลโลก 2022

สถานการณ์ของเกมระหว่างโปรตุเกสและอุรุกวัย

เป็นเกมที่ยากจะคาดเดาว่าผลจะออกมาหน้าไหน เพราะออกได้ทุกหน้า โดยโปรตุเกสเผยให้เห็นจุดอ่อนในแนวรับ ที่โดนกาน่าเจาะถึง 2 ประตู แต่ประสิทธิภาพในแนวรุกก็น่าจะกลบข้อบกพร่องได้ ส่วนอุรุกวัย จากที่เห็นในนัดแรก เกมรุกของพวกเขาทำได้ไม่ดีนัก จนเก็บได้แค่ผลเสมอ ซึ่งน่าจะทำให้กองหลังของโปรตุเกสเจองานที่ไม่สาหัสสักเท่าไหร่ และด้วยผู้เล่นเกมรุกที่ดูดีกว่า โปรตุเกสน่าจะฝ่ายกำชัยด้วยสกอร์ที่ไม่ห่างกันมากนัก 1-0 หรือ 2-1 และถ้าเกมจะจบลงด้วยการแบ่งแต้ม ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจ

เรื่องน่าอ่าน:
1. ฟุตบอลโลก 2022 กลุ่ม เอช กลุ่มของสิงห์เฒ่า การล้างแค้นของกาน่า และโอกาสของซน
2. ฟุตบอลโลก 2022 ของ 6 ชาติเอเชีย พวกเขาจะผ่านเข้ารอบสองได้กี่ทีม ?
3. ผู้ตัดสินหญิง และผู้ช่วยผู้ตัดสินสตรี กับครั้งแรกในฟุตบอลโลก ทำความรู้จักกับพวกเธอกัน
4. ล้ำหน้าในฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ ฟีฟ่านำเอไอตรวจจับร่างกายของผู้เล่นมาช่วยตัดสิน

โปรตุเกส vs อุรุกวัย : ตรวจความพร้อมรอบแรก นัดสอง ฟุตบอลโลก 2022

โปรตุเกส vs อุรุกวัย : ตรวจความพร้อมรอบแรก นัดสอง ฟุตบอลโลก 2022

ฟุตบอลโลก 2022 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอช : โปรตุเกส vs อุรุกวัย
จันทร์ 28 พฤศจิกายน 2565, 08.00 น.
สนาม : ลูเซล ไอคอนิก สเตเดี้ยม, ลูเซล
ถ่ายทอดสด : CH5

 

ผลงานรอบคัดเลือก
โปรตุเกส
ชนะ ตุรกี 3-1 รอบเพลย์ออฟ
ชนะ มาซิโดเนียเหนือ 2-0 รอบเพลย์ออฟ

อุรุกวัย
อันดับ 3 โซนอเมริกาใต้
เตะ 18 ชนะ 8 เสมอ 4 แพ้ 6 ยิงได้ 22 เสีย 22

 

ฟอร์ม 5 เกมหลังสุด
อุรุกวัย
อุ่นเครื่อง เสมอ สหรัฐอเมริกา 0-0
อุ่นเครื่อง ชนะ ปานามา 5-0
อุ่นเครื่อง แพ้ อิหร่าน 0-1
อุ่นเครื่อง ชนะ แคนาดา 2-0
ฟุตบอลโลก 2022 เสมอ เกาหลีใต้ 0-0

โปรตุเกส
เนชั่นส์ ลีก แพ้ สวิตเซอร์แลนด์ 0-1
เนชั่นส์ ลีก ชนะ สาธารณรัฐเช็ก 4-0
เนชั่นส์ ลีก แพ้ สเปน 0-1
อุ่นเครื่อง ชนะ ไนจีเรีย 4-0
ฟุตบอลโลก 2022 ชนะ กาน่า 3-2

 

ผลการพบกัน : 3 นัด
อุ่นเครื่อง 1966 โปรตุเกส ชนะ 3-0
อุ่นเครื่อง 1972 เสมอ 1-1
ฟุตบอลโลก 2018 อุรุกวัย ชนะ 2-1

 

สภาพทีม
โปรตุเกส
กว่าจะเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2022 มาได้ก็ต้องออกแรงหนักไม่น้อย เมื่อต้องไปตัดสินชะตาในรอบเพลย์ออฟ 2 เกม ส่วนเกมแรกของกลุ่มแม้เก็บ 3 แต้มเต็ม แต่ถือว่ามีร่องรอยตำหนิพอสมควรกับการทุบ กาน่า 3-2

 

สำหรับการตัดตัว 26 คนสุดท้ายเพื่อมาลุยฟุตบอลโลก 2022 ของ แฟร์นันโด ซานโตส มีมองข้ามชื่อบางคนไปเหมือนกัน เช่น ชูเอา มูตินโญ่, เปโดร เนโต้, โชเซ่ ฟอนเต้, มาริโอ รุย, เซดริก โซอาเรส อดมาโชว์ตัวที่กาตาร์ทั้งหมด เช่นเดียวกับ ดีโอโก้ โชต้า กองหน้าลิเวอร์พูล ที่บาดเจ็บ

 

แง่ดีคือ ซานโตส ไม่ได้มีปัญหาตัวเจ็บเพิ่มเติม และการจัดทีมก็จะมาชุดเดิมๆ นำขบวนโดย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่จะยืนเป็น 3 กองหน้าร่วมกับ ชูเอา เฟลิกซ์ และ แบร์นาร์โด้ ซิลวา

 

เกมนี้ยังถือเป็นเกมล้างตาที่ โปรตุเกส หมายมั่นปั้นมือจะเอาคืน อุรุกวัย ให้ได้ หลังโดนทีมจอมโหดตบทิ่ม 2-1 ร่วงรอบ 16 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย

 

อุรุกวัย
เจ้าของแชมป์โลก 2 สมัย (ยุคโบราณ 1930 และ 1950) เป็นอันดับ 3 โซนอเมริกาใต้ตามมาตรฐาน ส่วนเกมแรกของฟุตบอลโลก 2022 เสมอ เกาหลีใต้ ดุเดือดในเกมแต่ไม่ดุเดือดกับสกอร์ ที่ออก 0-0

 

สำหรับการมาฟุตบอลโลก 2022 คงถือเป็นการสั่งลาหลายๆ ตัวเก๋าของทีมจอมโหด ไม่ว่าจะ หลุยส์ ซัวเรซ ในวัย 35, เอดินสัน คาวานี่ 35, มาร์ติน กาเซเรส 35, แฟร์นันโด มุสเลร่า 36 และ ดีเอโก้ โกดิน 36

 

ส่วนของความพร้อม กุนซือ ดีเอโก้ อลอนโซ่ มีปัญหาแค่ โรนัลด์ อเราโฮ เซนเตอร์แบ็กจากบาร์เซโลน่า ที่คาดว่าจะฟื้นไม่ทันรอบแรก ดังนั้นเซนเตอร์แบ็กจะเป็น โกดิน ยืนกับ โฮเซ่ คิมิเนซ ต่อไป

 

ด้านเกมรุกใช้ 3 กองหน้า ดาร์วิน นูนเยซ, หลุยส์ ซัวเรซ, ฟาคุนโด้ เปยิสตรี้ ลงล่าตาข่ายตามเดิม ส่วน คาวานี่ นั่งสำรองไปก่อน

 

ตัวความหวัง
โปรตุเกส : คริสเตียโน่ โรนัลโด้
แม้จะมีปัญหาทั้งเรื่องฟอร์มการเล่นและเรื่องอื่นๆ จนทำให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มีครึ่งซีซั่นแรกกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ไม่ดี (3 ประตูจาก 16 นัด) จนสุดท้ายแยกทางกันไปเป็นฟรีเอเยนต์ แต่ในระดับนานาชาติที่สปีดบอลช้ากว่า ยอดแข้งวัย 37 ยังอันตรายสำหรับทุกคู่แข่งเสมอ เช่นเดียวกับที่สามารถปิดสกอร์ได้จากทุกรูปแบบ ใกล้ไกล ลูกนิ่งลูกเคลื่อนไหว ซึ่ง โรนัลโด้ ก็ทำสถิติยิงในฟุตบอลโลกได้ 5 สมัยแล้ว จากการกดจุดโทษนำ กาน่า 1-0 นัดก่อน

 

อุรุกวัย : ดาร์วิน นูนเยซ
กด 34 ประตูกับการเล่นให้ เบนฟิก้า ซีซั่นก่อน จนทำให้ ลิเวอร์พูล ทุ่ม 85 ล้านปอนด์ (รวมออปชั่นเสริม) ดึงมาเสริมทัพ ซึ่งผลงานก็ออกมาไม่เลวเลยกับปีแรกของการเล่นในอังกฤษ สอยไป 9 ประตูจาก 18 นัด ซึ่งพร้อมๆ กันกับที่ เอดินสัน คาวานี่ กับ หลุยส์ ซัวเรซ โรยราไปตามกาลเวลา นูนเยซ วัย 23 ก็ก้าวขึ้นมาเป็นความหวังใหม่ในเกมรุกทัพจอมโหดได้ทันที ถึงตรงนี้เล่นทีมชาติ 14 นัด ซัดแล้ว 3 ตุง

 

11 ตัวจริงที่คาด
โปรตุเกส (4-3-3, กุนซือ แฟร์นันโด ซานโตส) ดีโอโก้ คอสต้า – ราฟาเอล เกร์เรยโร่, ดานิโล่ เปเรยร่า, รูเบน ดิอาส, ชูเอา กันเซโล่ – รูเบน เนเวส, โอตาวิโอ, บรูโน่ แฟร์นันเดส – ชูเอา เฟลิกซ์, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, แบร์นาร์โด้ ซิลวา
อุรุกวัย (4-3-3, กุนซือ ดีเอโก้ อลอนโซ่) เซร์คิโอ โรเช่ต์ – มาติอัส โอลิเวร่า, โฮเซ่ คิมิเนซ, ดีเอโก้ โกดิน, มาร์ติน กาเซเรส – โรดริโก้ เบนตันกูร์, มาติอัส เวซิโน่, เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ – ดาร์วิน นูนเยซ, หลุยส์ ซัวเรซ, ฟาคุนโด้ เปยิสตรี้

 

สถิติที่เกี่ยวข้อง
• ตลอดหน้าประวัติศาสตร์ พบกันมาแค่ 3 ครั้ง ผลัดกันแพ้ชนะฝั่งละหน
• เจอล่าสุดในฟุตบอลโลกหนที่แล้ว รอบ 16 ทีม เอดินสัน คาวานี่ ซัดสองเม็ดสยบฝอยทอง 2-1
• โปรตุเกส เพิ่งได้เข้าเล่นรอบสุดท้ายฟุตบอลโลก ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 8 เท่านั้น และไม่เคยเข้าถึงชิงชนะเลิศมาก่อน ดีที่สุดอันดับ 3 ปี 1966
• อุรุกวัย เข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2018 (ก่อนแพ้ฝรั่งเศส 0-2) ถัดจากที่เข้ารอบ 16 ทีม (2014) และคว้าอันดับ 4 (2010) ก่อนหน้านั้น
• นอกจาก โรนัลโด้ มีอีกแค่ 2 คนที่ยิงเกิน 10 ลูกในทีมชาติโปรตุเกส คือ อันเดร ซิลวา (19) กับ บรูโน่ แฟร์นันเดส (11)

 

ความน่าจะเป็น
คู่คี่สูสี ความแข็งแกร่งพอๆ กัน แถมต่างฝ่ายต่างก็มีอาวุธเด็ดที่เกมรุก ซึ่งก็ทำให้มีโอกาสที่เกมนี้จะออกได้ครบทุกหน้า ไม่ว่า โปรตุเกสชนะ, เสมอกัน หรือ อุรุกวัยชนะ ตีเป็นเปอร์เซ็นต์อาจอยู่ที่ 33% ในทุกผล และเกมก็น่าจะตัดสินกันด้วยรายละเอียดเล็กๆ การฉวยโอกาสความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หรือไม่ก็แบ่งแต้มกันแบบแฟร์ๆ

 

ผลที่คาด : เสมอ 1-1

 

โปรแกรมถัดไป
ศุกร์ 2 ธันวาคม 2565
22.00 — เกาหลีใต้ vs โปรตุเกส
22.00 — กาน่า vs อุรุกวัย

โปรตุเกส จะคว้าสามแต้มแรก ด้วยชัยชนะเหนือ กาน่า ในฟุตบอลโลก 2022

โปรตุเกส จะคว้าสามแต้มแรก ด้วยชัยชนะเหนือ กาน่า ในฟุตบอลโลก 2022

ทำนายผลฟุตบอลโลก 2022 นัดที่ 2 ของกลุ่ม เอช โปรตุเกส-กาน่า

โปรตุเกส ฟุตบอลโลก 2022

โรนัลโด้กับครั้งสุดท้ายในฟุตบอลโลก 2022 (ภาพ: football32.com)

 

กาน่า ฟุตบอลโลก 2022

กาน่าถูกมองว่าน่าจะมีโอกาสผ่านรอบ 16 ทีมของฟุตบอลโลก 2022 ได้น้อยที่สุด เมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมกลุ่ม (ภาพ: infoguidenigeria.com)

เกมในกลุ่ม เอช วันที่ 24 พฤศจิกายน เวลา 23:00 น. (ตามเวลาบ้านเรา) ถ่ายทอด True4U/ Thai PBS/ True Sports 2: หลังเมสซี่และเพื่อนพ้องในทีมฟ้า- ขาวเปิดตัวแบบช็อคโลก ด้วยการพ่ายซาอุดิ อาระเบียไปแล้ว ก็ถึงคราวที่คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แอนด์ เดอะ แก๊งจะเปิดตัวบ้าง โดยพวกเขาจะเจอกับทีมดาวดำ จากแอฟริกา กาน่า ที่เกิดขึ้นหลังข่าวฮือฮาของโรนัลโด้กับทีมต้นสังกัด ที่นำมาสู่การยกเลิกสัญญาโดยเห็นพ้องต้องกัน ที่น่าจะทำให้ดาวเตะรายนี้มีสมาธิกับเกมฟุตบอลโลกมากขึ้น ที่หลาย ๆ คนมองว่า น่าจะทำให้โปรตุเกสเปิดตัวแบบปัง ๆ โดยอย่าลืมว่านี่คือฟุตบอลโลกหนสุดท้ายของซูเปอร์สตาร์รายนี้

เส้นทางก่อนการเจอกันของโปรตุเกสและกาน่า

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ บรูโน่ เฟอร์นันด์ส โปรตุเกส ฟุตบอลโลก 2022

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (ขวา) กับบรูโน่ เฟอร์นันด์ส เพื่อนร่วมทีมชาติและร่วมสโมสร (ภาพ: www.sportingnews.com)

ฟุตบอลโลกครั้งหลังสุดของทั้งสองทีม ต่างเจอกับสถานการณ์ที่ย่ำแย่ด้วยกันทั้งคู่ และน่าจะพุ่งเป้าไปที่ทำให้ดีกว่าที่เคยทำได้ไม่ต่างกัน เกมนี้เป็นการเจอกันครั้งแรกของทั้งสองทีม นับตั้งแต่ปี 2014 ในฟุตบอลโลกที่ทีมฝอยทองเอาชนะไป 2-1

โปรตุเกสของโค้ช เฟอร์นานโด ซานโตส มากาตาร์ด้วยการผ่านรอบเพลย์ออฟ และนักเตะในทีมก็เป็นลูกผสมระหว่างนักเตะรุ่นใหม่ และบรรดาพวกเก๋าประสบการณ์​ ซึ่งจะว่าไปแล้ว ซานโตสก็พยายามสร้างสมดุลย์ให้กับทีมด้วยผู้เล่นสองกลุ่มนี้มาพักใหญ่ ๆ ที่ส่วนหนึ่งก็คือ นักเตะระดับเวิร์ลด์ คลาสส์ ที่เป็นพวกผู้เล่นเน้นเกมรุก และที่ขาดไม่ได้สัญลักษณ์ของชาติ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กัปตันทีมและนักเตะระดับตำนานของโปรตุเกส

ดาวดำ กาน่า เป็นทีมที่อันดับของฟีฟ่าต่ำที่สุด เมื่อเทียบกับทีมอื่น ๆ ในทัวร์นาเมนต์ แต่ก็มีผู้เล่นที่น่าสนใจเดินทางมากับทีมมากมาย โดยเฉพาะการเติมอินากี้ วิลเลียมส์เข้ามา น่าจะทำให้ทีมมีความแข็งแกร่ง ถึงวิลเลียมส์อาจมีเวลาไม่นานในการเล่นกับนักเตะคนอื่น ๆ ในทีม หากก็น่าจะสร้างโอกาสในการทำประตู รวมถึงสร้างสมดุลย์ให้ทีมเพิ่มขึ้น เพราะจุดแข็งของทีมนั้น อยู่ที่การเล่นเป็นทีม และแนวรับ ที่มีผู้เล่นเด่น ๆ อย่าง แดเนียล อมาร์ตี้ย์ของเลสเตอร์ และโมฮัมหมัด ซาลิซูของเซาต์แฮมป์ตันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ซึ่งในแนวรับของทีมพวกเขาก็ยังมีทาริก แลมป์ตีย์ มาเสริมอีกคน

ความพร้อมของนักเตะโปรตุเกสและกาน่า

โปรตุเกส จะคว้าสามแต้มแรก ด้วยชัยชนะเหนือ กาน่า ในฟุตบอลโลก 2022

(ภาพ: Carlos Rodrigues/Getty Images)

กับการที่ผู้เล่น 26 คนที่ติดทีมมา ไม่มีใครมีปัญหาบาดเจ็บ และฟิตพร้อมลงเล่นนัดแรด ปัญหาใหญ่ของโค้ชซานโตสก็คือ จะให้โรนัลโด้ลงเล่นเกมนี้ตั้งแต่ต้นเกมเลยไหม? หรือจะเปิดทางให้ผู้เล่นใหม่ ๆ เปิดตัวก่อน หรือว่าจะเก็บเอาไว้ในนัดต่อไปดีกว่า เพราะในเกมอุ่นเครื่องกับไนจีเรีย ทีมเล่นโดยไม่มีโรนัลโด้ และชูเอา เฟลิกซ์ก็ทำหน้าที่แทนได้ดี ส่วนการขาดหายของดิโอโก้ โชตา ที่ได้รับบาดเจ็บ ก็มีราฟาเอล เลเอามาทดแทน

กาน่าก็ไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บ หรือไม่ฟิต โดยในเกมอุ่นเครื่องกับสวิตเซอร์แลนด์ที่พวกเขาทุบไป 2-0 มีผู้เล่นถึง 17 คนได้ลงสนาม

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามของโปรตุเกสและกาน่า

โปรตุเกส ระบบ 4-3-3: ซา; คันเซโล, ดิอาส, เปเป้, เกวร์เรโร่; เฟอร์นานด์ส, เนเวส, วิตินญ่า; ซิลวา, โรนัลโด้, เลเอา
กาน่า ระบบ 4-2-3-1: อาติ-ซิกี; แลมป์ตีย์, ซาลิซุ, อมาร์ตี้ย์, ราห์มาน; ปาร์เตย์, อิดริสซุ; จอร์แดน อายีว, คุดัส, ซูเลมาเน่; วิลเลียมส์

ผลการแข่งขันระหว่างโปรตุเกสและกาน่า

โปรตุเกสมีโอกาสที่น่าจะชนะมากกว่า เมื่อทีมดูครบเครื่องมากกว่า มีทั้งคุณภาพ, ประสบการณ์ และผู้เล่นรุ่นหนุ่ม ๆ แล้วจากรายชื่อผู้เล่น เทียบกันตัวต่อตัวก็ดีกว่า และน่าจะผ่านทีมดาวดำไปแบบไม่ยากเย็นนัก ด้วยสกอร์ที่ขาดมากกว่า 2-1 ที่เคยทำได้ในปี 2014 ถึงเกมนัดล่าสุดของกาน่าพวกเขาก็เล่นได้อย่างน่าประทับใจ แต่นี่คือฟุตบอลโลก

เรื่องน่าอ่าน:
1. ฟุตบอลโลก 2022 กลุ่ม เอช กลุ่มของสิงห์เฒ่า การล้างแค้นของกาน่า และโอกาสของซน 
2. ใครจะอยู่ใครจะไป พระกาฬในรอบ 16 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์จะเป็นใคร
3. คริสเตียโน่ โรนัลโด้จะไปไกลแค่ไหน ในฟุตบอลโลก 2022 ที่น่าจะเป็นฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของเขา
4. ฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ งานอำลายอดนักเตะคนไหนบ้าง นอกจากโรนัลโด้และเมสซี่

 

โปรตุเกส vs กาน่า : ตรวจความพร้อมรอบแรก ฟุตบอลโลก 2022

โปรตุเกส vs กาน่า : ตรวจความพร้อมรอบแรก ฟุตบอลโลก 2022

ฟุตบอลโลก 2022 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอช : โปรตุเกส vs กาน่า
พฤหัสบดี 24 พฤศจิกายน 2565, 23.00 น.
สนาม : สเตเดี้ยม 974, โดฮา
ถ่ายทอดสด : ทรูโฟร์ยู

 

ผลงานรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก 2022

โปรตุเกส
ชนะ ตุรกี 3-1 รอบเพลย์ออฟ
ชนะ มาซิโดเนียเหนือ 2-0 รอบเพลย์ออฟ

กาน่า
ชนะ ไนจีเรีย รอบ 3 โซนแอฟริกา
นัดแรกเสมอ 0-0
นัดสองเสมอ 1-1, เข้ารอบด้วยกฎประตูทีมเยือน

 

ฟอร์ม 5 เกมหลังสุด
โปรตุเกส
เนชั่นส์ ลีก ชนะ สาธารณรัฐเช็ก 2-0
เนชั่นส์ ลีก แพ้ สวิตเซอร์แลนด์ 0-1
เนชั่นส์ ลีก ชนะ สาธารณรัฐเช็ก 4-0
เนชั่นส์ ลีก แพ้ สเปน 0-1
อุ่นเครื่อง ชนะ ไนจีเรีย 4-0

กาน่า
กิริน คัพ เสมอ ชิลี 0-0, ชนะจุดโทษ 3-1
อุ่นเครื่อง แพ้ กาตาร์ 1-2
อุ่นเครื่อง แพ้ บราซิล 0-3
อุ่นเครื่อง ชนะ นิคารากัว 1-0
อุ่นเครื่อง ชนะ สวิตเซอร์แลนด์ 2-0

 

ผลการพบกัน (1 นัด)
ฟุตบอลโลก 2014 โปรตุเกส 2-1 กาน่า

 

สภาพทีม
โปรตุเกส
กว่าจะเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2022 มาได้ก็ต้องออกแรงหนักไม่น้อย เมื่อต้องไปตัดสินชะตาในรอบเพลย์ออฟ 2 เกม จากนั้นในช่วงเดือนหลังๆ ถือว่าฟอร์มขึ้นๆ ลงๆ ชนะสลับแพ้ ล่าสุดชนะ ไนจีเรีย 4-0 บรูโน่ แฟร์นันเดส ซัดสอง

 

สำหรับการตัดตัว 26 คนสุดท้ายเพื่อมาลุยฟุตบอลโลก 2022 ของ แฟร์นันโด ซานโตส มีมองข้ามชื่อบางคนไปเหมือนกัน เช่น ชูเอา มูตินโญ่, เปโดร เนโต้, โชเซ่ ฟอนเต้, มาริโอ รุย, เซดริก โซอาเรส อดมาโชว์ตัวที่กาตาร์ทั้งหมด เช่นเดียวกับ ดีโอโก้ โชต้า กองหน้าลิเวอร์พูล ที่บาดเจ็บ

 

ซานโตส ไม่ได้มีปัญหาตัวเจ็บเพิ่มเติม และการจัดทีมก็จะมาชุดเดิมๆ เสียเป็นส่วนใหญ่ นำขบวนโดย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่จะยืนเป็น 3 กองหน้าร่วมกับ ราฟาเอล เลเอา และ แบร์นาร์โด้ ซิลวา

 

ทั้งนี้แม้ โรนัลโด้ จะแจ้งถึงปัญหาบาดเจ็บกับ แมนฯ ยูไนเต็ด จนไม่ได้มีส่วนร่วมในช่วง 2-3 เกมสุดท้ายก่อนพักเบรค แต่ตอนนี้ฟิตพร้อมเต็มที่แล้ว พร้อมเล่นตามปกติ และจะเล่นด้วยการเป็นฟรีเอเยนต์ด้วย ภายหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด แถลงฉีกสัญญาปล่อยตัวเป็นอิสระแล้วเรียบร้อย

 

กาน่า
กาน่าที่ไม่มีโจอี้ แต่มีสมาชิกหน้าเก่าๆ อยู่หลายรายทีเดียว ทั้งคู่พี่น้อง อายิว, โธมัส ปาร์เตย์, ดาเนียล อมาร์ตีย์ ผ่านเข้ารอบสุดท้ายมาได้แบบมีโชคเล็กๆ จากการเตะตัดสินกับ ไนจีเรีย ที่ออกหน้าเสมอทั้งสองนัด สุดท้ายกลายเป็นกาน่าได้เข้ารอบมาเล่นฟุตบอลโลก 2022 ด้วยกฎประตูทีมเยือน

 

ปัญหาใหญ่ของ อ๊อตโต้ อัดโด้ กุนซือทีมดาวดำ คือพวกเขาเสีย โจ วอลลาค็อตต์ จาก ชาร์ลตัน แอธเลติก บาดเจ็บไม่พร้อมช่วยชาติลุยบอลโลก และต้องถอนตัวไปก่อนประกาศ 26 คนสุดท้าย

 

การขาดหายของมือหนึ่ง ทำให้จะเป็น ลอว์เรนซ์ อาติ-ซิกี้ จาก เซนต์ กัลเลน ลงเฝ้าเสาแทน ส่วนเกมรุกจะใช้ อินยากี้ วิลเลี่ยมส์ ดาวยิงสมาชิกใหม่จาก แอธเลติก บิลเบา ล่าตาข่ายในฐานะกองหน้าตัวเป้า

 

ตัวความหวัง
โปรตุเกส : คริสเตียโน่ โรนัลโด้
แม้จะมีปัญหาทั้งเรื่องฟอร์มการเล่นและเรื่องอื่นๆ ที่มารบกวนหัวใจ จนทำให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มีครึ่งซีซั่นแรกกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ไม่ดี (3 ประตูจาก 16 นัด) แต่ในระดับนานาชาติที่สปีดบอลช้ากว่า ยอดแข้งวัย 37 ยังอันตรายสำหรับทุกคู่แข่งเสมอ เช่นเดียวกับที่สามารถปิดสกอร์ได้จากทุกรูปแบบ ใกล้ไกล ลูกนิ่งลูกเคลื่อนไหว และการที่เจ้าตัวเองก็รู้ว่านี่คงเป็นฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของตัวเองแล้ว ทำให้จะใส่สุดชีวิตไม่มีอะไรต้องกั้๊กไว้ ตั้งแต่เกมแรกเป็นต้นไป

 

กาน่า : อินยากี้ วิลเลี่ยมส์
มีเส้นทางชีวิตค้าแข้งน่าสนใจแบบที่เขียนถึงได้เป็นหน้าหรือเอาไปทำหนังสั้นได้เลยสำหรับหัวหอกวัย 28 เชื้อสายกาน่า ที่เกิดและเติบโตในสเปน ก่อนสร้างชื่อกับ แอธเลติก บิลเบา อย่างยาวนานภายใต้สังกัดเดียว ลงเล่นไปกว่าสามร้อยนัด (355) ซัด 78 ประตู โดยในช่วงรุ่นๆ ลงเล่นให้ทีมชาติสเปนชุดยู-21 มากถึง 17 เกม ก่อนเล่นให้ สเปน ชุดใหญ่ 1 นัดด้วยในปี 2016 จนเกือบได้ไปยูโร 2016 อยู่แล้วแต่ไม่ถูกเลือก แต่ต่อมาเมื่อพบว่า ฟีฟ่า อนุญาตให้นักเตะเปลี่ยนทีมชาติได้ถ้ายังไม่เคยได้เล่นเกมใดในทัวร์นาเมนต์เป็นทางการ วิลเลี่ยมส์ จึงตอบรับคำเชิญจาก กาน่า มาเข้าร่วมเมื่อกลางปีนี้เอง ถึงตรงนี้ได้สัมผัสเกมกับ กาน่า ไปแล้ว 3 นัด

 

11 ตัวจริงที่คาด
โปรตุเกส (4-3-3, กุนซือ แฟร์นันโด ซานโตส) รุย ปาตริซิโอ – นูโน่ เมนเดส, เปเป้, รูเบน ดิอาส, ชูเอา กันเซโล่ – รูเบน เนเวส, วิลเลี่ยม คาร์วัลโญ่, บรูโน่ แฟร์นันเดส – ราฟาเอล เลเอา, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, แบร์นาร์โด้ ซิลวา
กาน่า (4-2-3-1, กุนซือ อ๊อตโต้ อัดโด้) ลอว์เรนซ์ อาติ-ซิกี้ – กีเดี้ยน เมนซาห์, โมฮัมเหม็ด ซาลิซู, ดาเนียล อมาร์ตีย์, ทาริค แลมพ์ตีย์ – ซาลิส อับดุล ซาเหม็ด, โธมัส ปาร์เตย์ – อองเดร อายิว, จอร์แดน อายิว, คามัลดีน ซุเลมาน่า – อินยากี้ วิลเลี่ยมส์

 

สถิติที่เกี่ยวข้อง
• เคยฉะกันมาในรอบแรกฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล เป็น โปรตุเกส เบียดชนะ 2-1 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ พังประตูชัยสิบนาทีท้าย
• โปรตุเกส เพิ่งได้เข้าเล่นรอบสุดท้ายฟุตบอลโลก ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 8 เท่านั้น และไม่เคยเข้าถึงชิงชนะเลิศมาก่อน ดีที่สุดอันดับ 3 ปี 1966
• กาน่า ชนะไม่เป็นในรอบแบ่งกลุ่มบอลโลก 2014 (เสมอ 1 แพ้ 2) ซึ่งเป็นหนล่าสุดที่ได้เข้ามาเล่นรอบสุดท้าย
• 5 นัดหลังของ โปรตุเกส ไม่มีประตูจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แม้แต่ลูกเดียว
• นอกจาก โรนัลโด้ มีอีกแค่ 2 คนที่ยิงเกิน 10 ลูกในทีมชาติโปรตุเกส คือ อันเดร ซิลวา (19) กับ บรูโน่ แฟร์นันเดส (11)

 

ความน่าจะเป็นฟุตบอลโลก 2022

แม้จะมีปัญหาทั้งเรื่องฟอร์มการเล่นและเรื่องอื่นๆ ที่มารบกวนหัวใจ จนทำให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มีครึ่งซีซั่นแรกกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ไม่ดี แต่ในระดับนานาชาติที่สปีดบอลช้ากว่า ยอดแข้งวัย 37 ยังอันตรายสำหรับทุกคู่แข่งเสมอ ซึ่งดูวี่แววแล้ว กาน่า ก็ไม่น่าจะเอาอยู่แต่อย่างใด ยิ่งโดยเฉพาะว่า โปรตุเกส ไม่ได้มีทีเด็ดแค่ โรนัลโด้ คนเดียวด้วย

 

ผลที่คาด : โปรตุเกส ชนะ 2-0

 

โปรแกรมถัดไป
โปรตุเกส
จันทร์ 28 พฤศจิกายน 2565 — 02.00 — โปรตุเกส vs อุรุกวัย
ศุกร์ 2 ธันวาคม 2565 — 22.00 — เกาหลีใต้ vs โปรตุเกส

กาน่า
จันทร์ 28 พฤศจิกายน 2565 — 20.00 — เกาหลีใต้ vs กาน่า
ศุกร์ 2 ธันวาคม 2565 — 22.00 — กาน่า vs อุรุกวัย

8 ชาติแถวหน้ากับโผนักเตะชุดลุยฟุตบอลโลก 2022

8 ชาติแถวหน้ากับโผนักเตะชุดลุยฟุตบอลโลก 2022

กังหัน, สิงโต, ฟ้าขาว, ตราไก่, กระทิง, อินทรีเหล็ก, ปีศาจแดง, ฝอยทอง ใครกัน จะเข้าใกล้ความสำเร็จแห่งฟุตบอลโลก 2022 มากที่สุด…เมื่อพิจารณาจากขุมกำลังนักเตะที่เผยออกมา

 

นับถอยหลังแค่ไม่กี่คืน ทัวร์นาเมนต์ที่โลกรอคอยอย่าง ฟุตบอลโลก 2022 ก็จะมาถึง และเกือบทุกทีมก็เผยชื่อนักเตะ 26 คนสุดท้ายที่จะไปแอ่วกาตาร์ ออกมาแล้ว

 

ด้านล่างนี้คือ 26 รายชื่อชุดสุดท้ายของบรรดาชาติยักษ์ใหญ่ มีเอี่ยวลุ้นแชมป์โลก ที่ทยอยประกาศออกมาก่อนที่ เวิลด์ คัพ จะเริ่มโรมรันประชันแข้งกันราว 1 สัปดาห์

 

ใครเป็นใคร ใครไปบอลโลก ใครหลุดโผ ใครจัดให้ครบถ้วนกว่านี้ มาบอก!

 

 

กังหันลม เนเธอร์แลนด์ กับความหวังถึง ‘ครั้งแรก’
แม้จะผลิตยอดดาวเตะขึ้นสู่วงการได้แบบนับไม่ถ้วน ไม่ว่าอดีตหรือปัจจุบัน แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ เนเธอร์แลนด์ ก็ไม่เคยไปถึงแชมป์โลกได้มาก่อน โดยต้องเจ็บปวดกับการเป็น “พระรอง” ถึง 3 ครั้ง คือฟุตบอลโลก 1974, 1978 และ 2010 ที่ถึงชิงชนะเลิศแล้วแต่กลับแพ้ทั้งสามครั้ง

 

ยิ่งน่าสนใจมากขึ้นตรงที่ฟุตบอลโลกครั้งก่อน รัสเซีย 2018 เนเธอร์แลนด์ ตกต่ำสุดถึงขั้นตกรอบคัดเลือกมาแล้ว ดังนั้น มาคราวนี้ในการทำทีมของคนคุ้นเคยอย่าง หลุยส์ ฟาน กัล พวกเขาจึงพกความมุ่งมั่นมาอย่างเต็มพิกัด โดยเฉพาะการได้อยู่ในกลุ่มที่ไม่แข็งนัก ร่วมกับเจ้าภาพ กาตาร์, เอกวาดอร์ และ เซเนกัล แม้อาจเป็นบอลต่างสไตล์ไม่ค่อยได้เจอนัก แต่หลายฝ่ายก็เชื่อว่าจะผ่านไปได้ จากนั้นในรอบน็อกเอาต์ก็ต้องมาตามลุ้นกันว่าจะได้คู่แข่งเป็นใครในแต่ละรอบ ดูกันแต่ละแมตช์ แล้วถึงเวลาจะเห็นเองว่า “แชมป์โลกสมัยแรก” มีความเป็นไปได้มากขนาดไหน

 

สำหรับขุมกำลังที่ ฟาน กัล หิ้วไปกาตาร์ ส่วนใหญ่ก็เป็นชุดเดิมๆ ที่ใช้มาตลอดปีหลังๆ แต่ก็น่าเสียดายแทนตัวที่หลุดออกไป ทั้ง สเวน บ็อตมัน, ฮานส์ ฮาเตบัวร์, ดอนเยลล์ มาเลน, อาร์โนต์ ดันยูม่า หรือ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค (ส่วน จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม ปกติต้องได้ไป แต่ดันเจ็บหนักพักยาวเสียก่อน) ซึ่งมองว่า ถ้าบางคนได้ไป น่าจะมีประโยชน์กับทัพกังหันอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะ บ็อตมัน เซนเตอร์แบ็กวัย 22 ที่เล่นดีมากกับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ซีซั่นนี้

 

โผ 26 แข้งเนเธอร์แลนด์ ชุดลุยฟุตบอลโลก 2022
ผู้รักษาประตู
ยุสติน ไบจ์โลว์ / อายุ 24 / เฟเยนูร์ด / เล่นทีมชาติ 6 นัด
เรมโก้ พาสเฟียร์ / 39 / อาแจ็กซ์ / 2
อันเดรียส น็อพเพิร์ต / 28 / ฮีเรนวีน / 0

กองหลัง
ดาลี่ย์ บลินด์ / 32 / อาแจ็กซ์ / 94 – 2
สเตฟาน เดอ ฟราย / 30 / อินเตอร์ / 59 – 3
เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ (กัปตันทีม) / 31 / ลิเวอร์พูล / 49 – 6
มัทไธส์ เดอ ลิกท์ / 23 / บาเยิร์น / 38 – 2
เดนเซล ดุมฟรีส์ / 26 / อินเตอร์ / 37 – 5
นาธาน อาเก้ / 27 / แมนฯ ซิตี้ / 29 – 3
ยูร์เรียน ทิมเบอร์ / 21 / อาแจ็กซ์ / 10 – 0
ไทเรลล์ มาลาเซีย / 23 / แมนฯ ยูไนเต็ด / 6 – 0
เยเรมี่ ฟริมปง / 21 / เลเวอร์คูเซ่น / 0 – 0

กองกลาง
เฟรงกี้ เดอ ยอง / 25 / บาร์เซโลน่า / 45 – 1
สตีเฟ่น แบร์กฮุยส์ / 30 / อาแจ็กซ์ / 39 – 2
ดาวี่ คลาสเซ่น / 29 / อาแจ็กซ์ / 35 – 9
มาร์เท่น เดอ รอน / 31 / อตาลันต้า / 30 – 0
เทน โคปไมเนอร์ส / 24 / อตาลันต้า / 10 – 1
เคนเน็ธ เทย์เลอร์ / 20 / อาแจ็กซ์ / 2 – 0
ชาบี ซิมอนส์ / 19 / พีเอสวี / 0-0

กองหน้า
เมมฟิส เดอปาย / 28 / บาร์เซโลน่า / 81 – 42
ลุค เดอ ยอง / 32 / พีเอสวี / 38 – 8
สตีเฟ่น เบิร์กไวน์ / 25 / อาแจ็กซ์ / 24 – 7
วินเซนต์ ยานส์เซ่น / 28 / อันท์เวิร์ป / 20 – 7
วู้ท เวกอร์ทส์ / 30 / เบซิคตัส / 15 – 3
โคดี้ กัคโป / 23 / พีเอสวี / 9 – 3
โนอา ลัง / 23 / คลับ บรูช / 5 – 1

หลุดโผ
ยาสเปอร์ ชิลเลสเซ่น (เอ็นอีซี), ทิม ครูล (นอริช), สเวน บ็อตมัน (นิวคาสเซิ่ล), ปาสกาล สเตราค์ (ลีดส์), บรูโน่ มาร์ตินส์ อินดี้ (อาแซด), ฮานส์ ฮาเตบัวร์ (อตาลันต้า), ริค คาร์สดอร์ป (โรม่า), ยอร์ดี้ คลาซี่ (อาแซด), ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค (แมนฯ ยูไนเต็ด), ไรอัน กราเฟนเบิร์ค (บาเยิร์น), จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม (โรม่า), ดอนเยลล์ มาเลน (ดอร์ทมุนด์), อาร์โนต์ ดันยูม่า (บียาร์เรอัล), ไบรอัน บร๊อบบี้ย์ (อาแจ็กซ์)

 

 

 

สิงโตคำราม อังกฤษ กับฟุตบอลโลก 2022 และคำปรามาส
ท่ามกลางคำปรามาสที่ แกเร็ธ เซาธ์เกต ต้องเผชิญ อันที่จริง อดีตนายใหญ่มิดเดิ้ลโบรช์ ก็พา อังกฤษ เข้ารอบลึกมาแล้ว 2 รายการติดต่อกัน ทั้งฟุตบอลโลก 2018 ที่ตกตัดเชือก (และเป็นอันดับ 4) ต่อด้วยยูโร 2020 ที่ถึงชิงมาแล้ว ก่อนแพ้อย่างหวุดหวิดมากๆ เพียงการดวลจุดโทษต่อ อิตาลี เท่านั้นเอง

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แฟนบอลค่อนข้างเป็นกังวล คือฟอร์มช่วงหลังที่สิงโตออกทรงฟุบอย่างชัดเจน เอาชนะใครไม่เป็นเลยใน 6 เกมของ ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก จนตกชั้น และน่าหวั่นเกรงว่าจะเร่งเครื่องฮึดขึ้นทันไหมเมื่อฟุตบอลโลก 2022 มาถึง

 

และกับขุมกำลัง 26 สิงโตคำราม ที่ เซาธ์เกต เลือกไป ก็ก่อให้เกิดคำถามในหลายจุดเหมือนกัน ตั้งแต่หลังสุดไปหน้าสุด ทั้งการที่ยังคงเชื่อใจในจอมรั่วอย่าง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ถึงขั้นที่น่าจะยังคงยัดลงตัวจริงไม่เปลี่ยน, แดนกลางที่หิ้ว แคลวิน ฟิลลิปส์ ผู้ซึ่งเจ็บออดๆ แอดๆ มาทั้งซีซั่น ติดไปด้วย หรือข้างหน้าที่ไม่แคล้วคงต้องพึ่งพา แฮร์รี่ เคน เป็นสำคัญ

 

คำถามทั้งหมด จะปรากฏคำตอบในเกมกับ อิหร่าน, สหรัฐอเมริกา, เวลส์ และรอบถัดๆ ไป หากไม่เกิดข้อผิดพลาดหนักหนาจนร่วงรอบแรกแบบช็อกโลกไปเสียก่อน

 

โผ 26 แข้งอังกฤษ ชุดลุยฟุตบอลโลก 2022
ผู้รักษาประตู
1. จอร์แดน พิคฟอร์ด / 28 / เอฟเวอร์ตัน / 45
13. นิค โป๊ป / 10 / นิวคาสเซิ่ล / 10
23. อารอน แรมส์เดล / 24 / อาร์เซน่อล / 3

กองหลัง
2. ไคล์ วอล์คเกอร์ / 32 / แมนฯ ซิตี้ / 70 – 0
3. ลุค ชอว์ / 27 / แมนฯ ยูไนเต็ด / 23 – 3
5. จอห์น สโตนส์ / 28 / แมนฯ ซิตี้ / 59 – 3
6. แฮร์รี่ แม็กไกวร์ / 29 / แมนฯ ยูไนเต็ด / 48 – 7
12. คีแรน ทริปเปียร์ / 32 / นิวคาสเซิ่ล / 37 – 1
15. เอริก ไดเออร์ / 28 / สเปอร์ส / 47 – 3
16. โคเนอร์ คอดี้ / 29 / เอฟเวอร์ตัน / 10 – 1
18. เทรนท์ อล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ / 24 / ลิเวอร์พูล / 17 – 1
21. เบน ไวท์ / 25 / อาร์เซน่อล / 4 – 0

กองกลาง
4. ดีแคลน ไรซ์ / 23 / เวสต์แฮม / 34 – 2
8. จอร์แดน เฮนเดอร์สัน / 32 / ลิเวอร์พูล / 70 – 2
14. แคลวิน ฟิลลิปส์ / 26 / แมนฯ ซิตี้ / 23 – 0
19. เมสัน เมาท์ / 23 / เชลซี / 32 – 5
22. จู๊ด เบลลิงแฮม / 19 / ดอร์ทมุนด์ / 17 – 0
26. โคเนอร์ กัลลาเกอร์ / 22 / เชลซี / 4 – 0

กองหน้า
7. แจ๊ค กรีลิช / 27 / แมนฯ ซิตี้ / 24 – 1
9. แฮร์รี่ เคน (กัปตันทีม) / 29 / สเปอร์ส / 75 – 51
10. ราฮีม สเตอร์ลิ่ง / 27 / เชลซี / 79 – 19
11. มาร์คัส แรชฟอร์ด / 25 / แมนฯ ยูไนเต็ด / 46 – 12
17. บูกาโย่ ซาก้า / 21 / อาร์เซน่อล / 20 – 4
20. ฟิล โฟเด้น / 22 / แมนฯ ซิตี้ / 18 – 2
24. คัลลั่ม วิลสัน / 30 / นิวคาสเซิ่ล / 4 – 1
25. เจมส์ แมดดิสัน / 26 / เลสเตอร์ / 1 – 0

หลุดโผ
ดีน เฮนเดอร์สัน (ฟอเรสต์), เบน ชิลเวลล์ (เชลซี), รีซ เจมส์ (เชลซี), ฟิคาโย่ โทโมรี่ (มิลาน), เจมส์ จัสติน (เลสเตอร์), ไทโรน มิงส์ (วิลล่า), ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส (เซาธ์แฮมป์ตัน), แอชลี่ย์ ยัง (วิลล่า), ไรอัน แซสเซยง (สเปอร์ส), ติโน่ ลอฟราเมนโต้ (เซาธ์แฮมป์ตัน), ทาริค แลมป์ตี้ย์ (ไบรท์ตัน), เคอร์ติส โจนส์ (ลิเวอร์พูล), เจมส์ วอร์ด-เพราส์ (เซาธ์แฮมป์ตัน), เอมิล สมิธ โรว์ (อาร์เซน่อล), โอลิเวอร์ สคิปป์ (สเปอร์ส), แฮร์รี่ วิงค์ส (ซามพ์โดเรีย), ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ (ลิเวอร์พูล), แอนโธนี่ กอร์ดอน (เอฟเวอร์ตัน), แทมมี่ อบราแฮม (โรม่า), จาร์ร็อด โบเว่น (เวสต์แฮม), ไอแวน โทนี่ย์ (เบรนท์ฟอร์ด), โอลลี่ วัตกิ้นส์ (วิลล่า), แดนนี่ เวลเบ็ค (ไบรท์ตัน), เมสัน กรีนวู้ด (แมนฯ ยูไนเต็ด)

 

 

 

ฟ้าขาว อาร์เจนติน่า ชุดนี้…ถึงแชมป์โลก???
ทั้งเอไอ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์, โปรแกรมซิมูเลชั่นของเกมฟีฟ่า หรือการคาดหมายของหลากหลายกูรู ต่างก็ได้บทสรุปเดียวกันคือ แชมป์โลกประจำปีนี้ ได้แก่ ทีมชาติเมสซี่-เอ๊ย-ทีมชาติอาร์เจนติน่า ในการดูแลของ ลิโอเนล สคาโลนี่

 

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อมีความคาดหวังสูงขนาดนี้ เมสซี่ และพลพรรคฟ้าขาว จะสามารถนำโทรฟี่แชมป์โลกมาเสิร์ฟได้หรือไม่ เมื่ออย่างที่เราเห็นกันมาตลอดหลายสิบปี (จากแชมป์โลกหนสุดท้าย 1986) ว่าพวกเขามักไม่ “ขาด” ก็ “ล้นเกิน” ในบางอย่างหรือบางจุด จนไม่ประสบความสำเร็จซ้ำรอยยุค ดีเอโก้ มาราโดน่า ได้อีกเลย

 

แต่กระนั้น อาร์เจนติน่า ชุดนี้ ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาเป็น “ของจริง” กำลังอยู่ในการต่อยอดสถิติไร้พ่ายให้มากขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งขุมกำลังที่ สคาโลนี่ เลือกมา ก็ดูจะไม่ได้ขาดอะไรไปนัก มีแค่ โจวานี่ โล เซลโซ่ มิดฟิลด์บียาร์เรอัล ที่เป็นแกนหลักแดนกลางในรอบคัดเลือก ซึ่งต้องถอนตัวไปเนื่องจากบาดเจ็บ กับเด็กใหม่มาแรงอย่าง อเลฮานโดร การ์นาโช่ ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ยังไม่ถูกเรียกตัว ทว่าอันที่จริงก็ไม่เคยติดธงมาก่อนแต่อย่างใด

 

โผ 26 แข้งอาร์เจนติน่า ชุดลุยฟุตบอลโลก
ผู้รักษาประตู
เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ / 30 / วิลล่า / 18
ฟรังโก้ อาร์มานี่ / 36 / ริเวอร์เพลท / 18
เคโรนิโม่ รุลลี่ / 30 / บียาร์เรอัล / 4

กองหลัง
นิโกลัส โอตาเมนดี้ / 34 / เบนฟิก้า / 92 – 4
มาร์กอส อคุนย่า / 31 / เซบีย่า / 42 – 0
นิโกลัส ตายาฟิโก้ / 30 / ลียง / 42 – 0
เคร์มัน เปซเซลล่า / 31 / เรอัล เบติส / 31 – 2
นาอูเอล โมลิน่า / 24 / แอตฯ มาดริด / 19 – 0
กอนซาโล่ มอนเทียล / 25 / เซบีย่า / 17 – 0
ฮวน ฟอยธ์ / 24 / บียาร์เรอัล / 15 – 0
คริสเตียน โรเมโร่ / 24 / สเปอร์ส / 12 – 1
ลิซานโดร มาร์ติเนซ / 24 / แมนฯ ยูไนเต็ด / 9 – 0

กองกลาง
เลอันโดร ปาเรเดส / 28 / ยูเวนตุส / 45 – 4
โรดริโก้ เด ปอล / 28 / แอตฯ มาดริด / 43 – 2
กีโด้ โรดริเกซ / 28 / เรอัล เบติส / 25 – 1
เอเซเกล ปาลาซิออส / 24 / เลเวอร์คูเซ่น / 20 – 0
อเลฮานโดร โกเมซ / 34 / เซบีย่า / 15 – 3
อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ / 23 / ไบรท์ตัน / 7 – 0
เอ็นโซ่ เฟร์นันเดซ / 21 / เบนฟิก้า / 2 – 0

กองหน้า
ลิโอเนล เมสซี่ (กัปตันทีม) / 35 / เปแอสเช / 164 – 90
อังเคล ดิ มาเรีย / 34 / ยูเวนตุส / 123 – 25
เลาตาโร่ มาร์ติเนซ / 25 / อินเตอร์ / 40 – 21
เปาโล ดีบาล่า / 29 / โรม่า / 34 – 3
นิโกลัส กอนซาเลซ / 24 / ฟิออเรนติน่า / 21 – 3
ฮัวกิน กอร์เรอา / 28 / อินเตอร์ / 18 – 3
ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ / 22 / แมนฯ ซิตี้ / 11 – 2

หลุดโผ
ฮวน มุสโซ่ (อตาลันต้า), ลูคัส มาร์ติเนซ (ฟิออเรนติน่า), มาร์กอส เซเนซี่ (บอร์นมัธ), โจวานี่ โล เซลโซ่ (บียาร์เรอัล), โรแบร์โต้ เปเรยร่า (อูดิเนเซ่), มักซิมิเลียโน่ เมซ่า (มอนเตอร์เรย์), ลูคัส โอคัมโปส (อาแจ็กซ์), เอมิเลียโน่ บูเอนเดีย (วิลล่า), มานูเอล ลันซินี่ (เวสต์แฮม), อังเคล กอร์เรอา (แอตฯ มาดริด), โจวานนี่ ซิเมโอเน่ (นาโปลี), อเลฮานโดร การ์นาโช่ (แมนฯ ยูไนเต็ด)

 

 

 

ตราไก่ ฝรั่งเศส กับหลายคำถามซึ่งต้องพิสูจน์
น่าสนใจ…น่าสนใจมากกับก้าวเดินของ ฝรั่งเศส ในฟุตบอลโลก 2022 งวดนี้ เมื่อมีอย่างน้อย 4-5 คำถามที่ ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ และบรรดาแข้งตราไก่ จะต้องตอบให้ได้ เช่นว่า

 

1. อาถรรพ์แชมป์เก่า ทั้ง อิตาลี, สเปน, เยอรมนี ต่างเอาตัวไม่รอด เป็นแชมป์โลกมาแล้วก็ร่วงเพียงรอบแรกของทัวร์นาเมนต์ถัดมาทั้งหมด ฝรั่งเศสล่ะ จะเข้าทรงเดียวกันหรือเปล่า

 

2. ขุมกำลัง พร้อมจริงๆ ไหม เมื่อตัวเจ็บสำคัญ อดไปบอลโลกมีทั้ง เอ็นโกโล่ ก็องเต้, ปอล ป๊อกบา, โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ และล่าสุดกับ เพรสแนล คิมเพ็มเบ้ เซนเตอร์แบ็กเปแอสเช ที่ต้องถอนตัวจากการศึกครั้งนี้ไป แถม คาริม เบนเซม่า กับ ราฟาแอล วาราน ที่่ต่างก็เป็นคีย์แมนในเกมรุกและรับ ยังบาดเจ็บติดพัน ไม่ได้ช่วย เรอัล มาดริด ตลอดสี่ซ้าห้าเกมหลังอีกต่างหาก

 

3. ความเปลี่ยนแปลง ที่มีค่อนข้างเยอะจากชุดแชมป์โลก จะส่งผลดีหรือเสีย อย่างน้อยแผงกลางทั้งแผง เปลี่ยนหมด หรือจากชุดลุยยูโร 2020 ก็มีแค่ อาเดรียง ราบิโอต์ คนเดียวที่หลงเหลือมาอยู่ในทีมชุดนี้

 

4. การต้องเจอทีมของแสลงอย่าง เดนมาร์ก อีกแล้ว หลังแพ้มาทั้งเหย้าเยือนใน ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก (1-2, 0-2) รอบปีที่ผ่านมา หากยังคงซ้ำแผลเก่า แพ้ทีมโคนมเป็นครั้งที่ 3 ติดกันขึ้นมา ก็มีสิทธิ์เป็นไปได้ทั้งร่วงรอบแรก หรือเข้ารอบด้วยการเป็นอันดับ 2 ไปเจอกระดูกชิ้นโตตั้งแต่รอบ 16 ทีม

 

5. ฟอร์มช่วงหลัง น่าเป็นห่วงใช่ย่อย ชนะเกม เนชั่นส์ ลีก แค่นัดเดียวเหนือ ออสเตรีย 2-0 นอกนั้นเสมอ 2 แพ้ 3 แม้ข้อดีคือการได้อยู่ในกลุ่มที่ไม่แข็งนัก อย่างน้อยน่าผ่าน ออสเตรเลีย กับ ตูนิเซีย ได้ แต่ก็อย่างที่ว่า ถ้าไปเจอของแข็งในรอบน็อกเอาต์แล้ว ก็เสียวว่า เอ็มบัปเป้ และชาวคณะ จะไปไม่เป็น

 

โผ 26 แข้งฝรั่งเศส ชุดลุยฟุตบอลโลก
ผู้รักษาประตู
อูโก้ โยริส / 35 / สเปอร์ส / 139
สตีฟ ม็องด็องด้า / 37 / แรนส์ / 34
อัลฟงส์ อเรโอล่า / 29 / เวสต์แฮม / 5

กองหลัง
ราฟาแอล วาราน / 29 / แมนฯ ยูไนเต็ด / 87 – 5
เบนชาแม็ง ปาวาร์ / 26 / บาเยิร์น / 46 – 2
ลูคัส เอร์นันเดซ / 26 / บาเยิร์น / 32 – 0
อักเซล ดิซาซี่ / 24 / โมนาโก / 0 – 0
ชูลส์ กุนเด้ / 24 / บาร์เซโลน่า / 12 – 0
เตโอ เอร์นันเดซ / 25 / มิลาน / 7 – 1
วิลเลี่ยม ซาลิบา / 21 / อาร์เซน่อล / 7 – 0
ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ / 24 / บาเยิร์น / 7 – 1
อิบราฮิมา โกนาเต้ / 23 / ลิเวอร์พูล / 2 – 0

กองกลาง
อาเดรียง ราบิโอต์ / 27 / ยูเวนตุส / 29 – 2
ออเรเลียง ชูอาเมนี่ / 22 / เรอัล มาดริด / 14 – 1
มัตเตโอ เก็นดูซี่ / 23 / มาร์กเซย / 6 – 1
จอร์แดน เวเรตูต์ / 29 / มาร์กเซย / 5 – 0
เอดูอาร์โด้ กามาวินก้า / 20 / เรอัล มาดริด / 4 – 1
ยุสซูฟ โฟฟาน่า / 23 / โมนาโก / 2 – 0

กองหน้า
โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ / 36 / มิลาน / 114 – 49
อองตวน กรีซมันน์ / 31 / แอตฯ มาดริด / 110 – 42
คาริม เบนเซม่า / 34 / เรอัล มาดริด / 97 – 37
คีลิยัน เอ็มบัปเป้ / 23 / เปแอสเช / 59 – 28
คิงสลี่ย์ โกม็อง / 26 / บาเยิร์น / 40 – 5
อุสมัน เดมเบเล่ / 25 / บาร์เซโลน่า / 28 – 4
คริสตอฟเฟอร์ เอ็นคุนคู / 25 / แอร์เบ ไลป์ซิก / 8 – 0
มาร์คัส ตูราม / 25 / กลัดบัค / 4 – 0

หลุดโผ
ไมค์ เมนยอง (มิลาน), เบอนัวต์ คอสติล (โอแซร์), เพรสแนล คิมเพ็มเบ้ (เปแอสเช), แฟร์กล็องด์ เมนดี้ (เรอัล มาดริด), เบนชาแม็ง เมนดี้ (แมนฯ ซิตี้), โชนาต็อง เคลาส์ (มาร์กเซย), ลูก้าส์ ดีญ (วิลล่า), เกลม็องต์ ล็องเล่ต์ (สเปอร์ส), เคิร์ต ซูม่า (เวสต์แฮม), บูบาการ์ กามาร่า (วิลล่า), เอ็นโกโล่ ก็องเต้ (เชลซี), ปอล ป๊อกบา (ยูเวนตุส), สตีเว่น เอ็นซอนซี่ (อัล-รายยาน), โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ (ลียง), แบลส มาตุยดี้ (อินเตอร์ ไมอามี่), นาบิล เฟคีร์ (เบติส), โตมัส เลอมาร์ (แอตฯ มาดริด), วิสซาม เบน เยแดร์ (โมนาโก), มุสซ่า ดิยาบี้ (เลเวอร์คูเซ่น)

 

 

 

อินทรีเหล็ก เยอรมนี จากแชมป์โลกสู่รอบแรก, จากรอบแรกสู่…
ภายหลังเข้ามาสานต่องานของ โยอัคคิม เลิฟ หลังจบยูโร 2020 แล้วนั้น ฮันซี่ ฟลิค ก็สร้างปรากฏการณ์ให้กับทัพอินทรีเหล็ก ด้วยการพาทีมชนะรวดถึง 7 นัดในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกหนนี้ จนเป็นทีมแรกของยุโรปที่การันตีเข้ารอบสุดท้าย

 

อย่างไรก็ตาม กับ ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ในรอบปีที่ผ่านมา เยอรมนี ก็ถือว่าเสียรังวัดไปพอสมควร เมื่อกลับเอาชนะคู่แข่งได้แค่เกมเดียว (5-2 อิตาลี) นอกนั้นเสมอรัวๆ 4 เกม และแพ้พลิกล็อกคาบ้านต่อ ฮังการี หนึ่งนัด เรียกว่าพวกเขามุ่งหน้าสู่กาตาร์แบบที่ระดับความมั่นใจไม่ได้สูงมาก ทั้งยังต้องเสีย 2 คีย์แมนเกมรุกอย่าง มาร์โก รอยส์ จอมทัพดอร์ทมุนด์ กับ ติโม แวร์เนอร์ ดาวยิงแอร์เบ ไลป์ซิก ที่ล้มเจ็บอดไปบอลโลกทั้งคู่ด้วย

 

จึงเป็นสิ่งที่ต้องจับตา, เริ่มต้นตั้งแต่รอบแรกที่ต้องอยู่ในสายแข็งร่วมกับ สเปน-ญี่ปุ่น-คอสตาริกา, ว่าถัดจากการร่วงรอบแรกในทัวร์นาเมนต์ครั้งก่อนแล้ว อินทรีเหล็ก 2022 จะไปได้ไกลถึงไหน

 

โผ 26 แข้งเยอรมนี ชุดลุยฟุตบอลโลก 2022
ผู้รักษาประตู
1. มานูเอล นอยเออร์ / 36 / บาเยิร์น / 113
12. เควิน ทรัปป์ / 32 / แฟร้งค์เฟิร์ต / 6
22. มาร์ก-อันเดร แทร์ สเตเก้น / 30 / บาร์เซโลน่า / 30

กองหลัง
2. อันโตนิโอ รูดิเกอร์ / 29 / เรอัล มาดริด / 54 -2
3. ดาวิด เราม์ / 24 / แอร์เบ ไลป์ซิก / 11 – 0
4. มัทธีอัส กินเทอร์ / 28 / ไฟรบวร์ก / 46 – 2
5. ติโล เคห์เรอร์ / 26 / เวสต์แฮม / 22 – 0
15. นิคลาส ซูเล่ / 27 / ดอร์ทมุนด์ / 42 – 1
16. ลูคัส คลอสเตอร์มันน์ / 26 / แอร์เบ ไลป์ซิก / 18 – 0
20. คริสเตียน กุนเทอร์ / 29 / ไฟรบวร์ก / 6 – 0
23. นิโก้ ชล็อตเตอร์เบ็ค / 22 / ดอร์ทมุนด์ / 5 – 0
25. อาร์เมล เบลล่า-ค็อตชัป / 20 / เซาธ์แฮมป์ตัน / 1 – 0

กองกลาง
6. โยชัว คิมมิช / 27 / บาเยิร์น / 70 – 5
7. ไค ฮาแวร์ตซ์ / 23 / เชลซี / 30 – 10
8. เลออน โกเร็ตซ์ก้า / 27 / บาเยิร์น / 44 – 14
11. มาริโอ เกิทเซ่ / 30 / แฟร้งค์เฟิร์ต / 63 – 17
14. จามาล มูเซียล่า / 19 / บาเยิร์น / 17 – 1
17. ยูเลี่ยน บรันท์ / 26 / ดอร์ทมุนด์ / 38 – 3
18. โยนาส ฮอฟมันน์ / 30 / กลัดบัค / 16 – 4
21. อิลคาย กุนโดกัน / 32 / แมนฯ ซิตี้ / 62 – 16

กองหน้า
9. นิคลาส ฟุลล์ครุก / 29 / เบรเมน / 0 – 0
10. แซร์จ นาบรี้ / 27 / บาเยิร์น / 36 – 20
13. โธมัส มุลเลอร์ / 33 / บาเยิร์น / 118 – 44
19. เลรอย ซาเน่ / 26 / บาเยิร์น / 47 – 11
24. คาริม อเดเยมี่ / 20 / ดอร์ทมุนด์ / 4 – 1
26. ยุสซูฟา มูโกโก้ / 18 / ดอร์ทมุนด์ / 0 – 0

หลุดโผ
แบร์นด์ เลโน่ (ฟูแล่ม), มัตส์ ฮุมเมิลส์ (ดอร์ทมุนด์), เยโรม บัวเต็ง (ลียง), โรบิน โกเซนส์ (อินเตอร์), เบนจามิน เฮนริกส์ (แอร์เบ ไลป์ซิก), โยนาธาน ทาห์ (เลเวอร์คูเซ่น), โรบิน ค็อก (ลีดส์), มาร์โก รอยส์ (ดอร์ทมุนด์), ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ (เบนฟิก้า), ฟลอเรียน นอยเฮาส์ (กลัดบัค), ยูเลี่ยน ไวเกิ้ล (กลัดบัค), ติโม แวร์เนอร์ (แอร์เบ ไลป์ซิก), ลูคัส เอ็นเมช่า (โวล์ฟสบวร์ก)

 

 

 

กระทิงดุ สเปน ในระบบเผด็จการของ หลุยส์ เอ็นริเก้
หนึ่งคือทรัพยากรนักเตะดีๆ ของ สเปน มีเยอะมาก และอีกหนึ่งก็คือ หลุยส์ เอ็นริเก้ มีแนวทางและการตัดสินใจที่เข้มแข็งเด็ดเดี่ยวมาก ไม่สนกระแสสังคมใดๆ ทั้งสิ้น เราจึงได้เห็นแข้งสแปนิชตกขบวนอดไปฟุตบอลโลก 2022 อื้อซ่าตามรายชื่อด้านล่าง ชนิดไปรวมตัวเป็นอีกทีมได้ง่ายๆ

 

แต่ก็แน่นอนว่า การเลือกตัวแบบไม่ฟังเสียงใครของ เอ็นริเก้ ย่อมจะนำมาซึ่งความเสี่ยง ถ้าผลงานที่กาตาร์ไปได้สวย ก็รับเสียงปรบมือไป แต่ถ้าล้มเหลวขึ้นมา ไม่ต้องสงสัย… เละ

 

น่าสนใจมากเสียด้วยกับการที่ต้องอยู่ในกลุ่มแห่งความตาย เจองานหนักทุกนัดในรอบแรก ไล่ตั้งแต่กับ คอสตาริกา ไปต่อกับ เยอรมนี ปิดท้ายด้วยเกมกับ ญี่ปุ่น

 

กระทิงดุในระบบเผด็จการของ เอ็นริเก้ จะออกหัวออกก้อย เดี๋ยวรู้กัน — เริ่มตั้งแต่รอบแรกนี่เลย!

 

โผ 26 แข้งสเปน ชุดลุยฟุตบอลโลก 2022
ผู้รักษาประตู
อูไน ซิมอน / 25 / บิลเบา / 27
โรเบิร์ต ซานเชซ / 25 / ไบรท์ตัน / 1
ดาบิด ราย่า / 27 / เบรนท์ฟอร์ด / 1

กองหลัง
จอร์ดี้ อัลบา / 33 / บาร์เซโลน่า / 86 – 9
เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า / 33 / เชลซี / 41 – 1
ดานี่ การ์บาฆัล / 30 / เรอัล มาดริด / 30 – 0
เปา ตอร์เรส / 25 / บียาร์เรอัล / 21 – 1
โฆเซ่ กาย่า / 27 / บาเลนเซีย / 18 – 3
เอริก การ์เซีย / 21 / บาร์เซโลน่า / 18 – 0
อายเมอริก ลาป๊อร์กต์ / 28 / แมนฯ ซิตี้ / 15 – 1
อูโก้ กียามอน / 22 / บาเลนเซีย / 3 – 1

กองกลาง
เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ / 34 / บาร์เซโลน่า / 139 – 2
โกเก้ / 30 / แอตฯ มาดริด / 67 – 0
โรดรี้ / 26 / แมนฯ ซิตี้ / 34 – 1
มาร์กอส ยอเรนเต้ / 27 / แอตฯ มาดริด / 17 – 0
เปดรี้ / 19 / บาร์เซโลน่า / 14 – 0
กาบี / 18 / บาร์เซโลน่า / 12 – 1
คาร์ลอส โซเลร์ / 25 / เปแอสเช / 11 – 3

กองหน้า
อัลบาโร่ โมราต้า / 30 / แอตฯ มาดริด / 57 – 27
เฟร์ราน ตอร์เรส / 22 / บาร์เซโลน่า / 30 – 13
มาร์โก อเซนซิโอ / 26 / เรอัล มาดริด / 29 – 1
ปาโบล ซาราเบีย / 30 / เปแอสเช / 24 – 9
ดานี่ โอลโม่ / 24 / แอร์เบ ไลป์ซิก / 24 – 4
เยเรมี่ ปิโน่ / 20 / บียาร์เรอัล / 6 – 1
อันซู ฟาติ / 20 / บาร์เซโลน่า / 4 – 1
นิโก้ วิลเลี่ยมส์ / 20 / บิลเบา / 2 – 0

หลุดโผ
ดาบิด เด เคอา (แมนฯ ยูไนเต็ด), เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า (เชลซี), เซร์คิโอ รามอส (เปแอสเช), อินยิโก้ มาร์ติเนซ (บิลเบา), ดีเอโก้ ยอเรนเต้ (ลีดส์), มาร์กอส อลอนโซ่ (บาร์เซโลน่า), อเลฆานโดร บัลเด้ (บาร์เซโลน่า), ติอาโก้ อัลกันตาร่า (ลิเวอร์พูล), เซร์จี้ โรเบร์โต้ (บาร์เซโลน่า), ซาอูล ญีเกซ (แอตฯ มาดริด), อิสโก้ (เซบีย่า), มิเกล เมริโน่ (โซเซียดัด), เซร์คิโอ กานาเลส (เบติส), แบรส เมนเดซ (โซเซียดัด), ปาโบล ฟอร์นัลส์ (เวสต์แฮม), บราฮิม ดิอาซ (มิลาน), โรดริโก้ โมเรโน่ (ลีดส์), มิเกล โอยาร์ซาบัล (โซเซียดัด), ยาโก้ อัสปาส (เซลต้า), เคราร์ด โมเรโน่ (บียาร์เรอัล), ราอูล เด โตมัส (ราโย บาเยกาโน่)

 

 

 

ปีศาจแดง เบลเยียม กับยุคทองหนสุดท้าย
อย่างที่ได้เอ่ยถึงไปแล้วใน คำให้การของ โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ ว่า เบลเยียม ไปลุยฟุตบอลโลก 2022 ครั้งนี้ด้วยเดิมพันครั้งยิ่งใหญ่ กับการเป็น เวิลด์ คัพ หนสุดท้ายของยุคทอง เบลเจี้ยน โกลเด้น เจเนอเรชั่น เนื่องจากอีก 4 ปีข้างหน้า ยังไม่รู้ว่าพวก เควิน เดอ บรอยน์, เอแด็น อาซาร์, ติโบต์ กูร์กตัวส์, โรเมลู ลูกากู จะยังพร้อมรับใช้ชาติอยู่หรือไม่

 

รอบแรก ไม่น่าใช่ปัญหา แข็งหน่อยมี โครเอเชีย แต่ก็ยังแข็งไม่เท่าพวกเขา ส่วนอีกสองคู่แข่งอย่าง แคนาดา กับ โมร็อกโก ทิศทางออกไปในทางว่า จะชนะมากหรือชนะน้อย ดังนั้น คงต้องจับตาดูต่อในรอบน็อกเอาต์ ทีละแมตช์ ทีละก้าว

 

สำหรับขุมกำลังที่ มาร์ติเนซ เลือกมา ไม่ได้มีเซอร์ไพรส์อะไร แค่น่าเป็นห่วงที่ความฟิตของ โรเมลู ลูกากู ซึ่งได้เล่นให้ อินเตอร์ มิลาน ไปแค่ 5 นัดในซีซั่นนี้ รวมถึงการเรื้อสนามของ เอแด็น อาซาร์ ที่ช่วงหลังกลายเป็นตัวเลือกลำดับท้ายๆ ในแนวรุกเรอัล มาดริด ไปแล้ว จะส่งผลเสียมากน้อยประการใด

 

โผ 26 แข้งเบลเยียม ชุดลุยฟุตบอลโลก
ผู้รักษาประตู
ติโบต์ กูร์กตัวส์ / 30 / เรอัล มาดริด / 96
ซิมง มินโยเล่ต์ / 34 / คลับ บรูช / 35
โคเอน คาสตีลส์ / 30 / โวล์ฟสบวร์ก / 4

กองหลัง
ยาน แฟร์ตองเก้น / 35 / อันเดอร์เลทช์ / 141 – 9
โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ / 33 / อันท์เวิร์ป / 123 – 5
โธมัส มูนิเยร์ / 31 / ดอร์ทมุนด์ / 58 – 8
ทิโมธี คาสตันเย่ / 26 / เลสเตอร์ / 25 – 2
อาร์เธอร์ เธียเต้ / 22 / แรนส์ / 3 – 0
เซโน่ เดบาสต์ / 19 / อันเดอร์เลทช์ / 2 – 0
วู้ท ฟาเอส / 24 / เลสเตอร์ / 1 – 0

กองกลาง
อักเซล วิตเซล / 33 / แอตฯ มาดริด / 126 – 12
เควิน เดอ บรอยน์ / 31 / แมนฯ ซิตี้ / 93 – 25
ยานนิค การ์รัสโก้ / 29 / แอตฯ มาดริด / 59 – 8
ยูรี่ ตีเลอมันส์ / 25 / เลสเตอร์ / 54 – 5
เลอันเดอร์ เดนดองเคอร์ / 27 / วิลล่า / 29 – 1
ฮานส์ ฟานาเก้น / 30 / คลับ บรูช / 22 – 5
เลอันโดร ทรอสซาร์ / 27 / ไบรท์ตัน / 21 – 5
ชาร์ลส์ เด คาตาแลร์ / 21 / มิลาน / 10 – 1
อมาดู โอนาน่า / 21 / เอฟเวอร์ตัน / 2 – 0

กองหน้า
เอแด็น อาซาร์ / 31 / เรอัล มาดริด / 122 – 33
ดรีส เมอร์เท่นส์ / 35 / กาลาตาซาราย / 106 – 21
โรเมลู ลูกากู / 29 / อินเตอร์ / 102 – 68
มิชี่ บัตชูอายี่ / 29 / เฟเนร์บาห์เช่ / 47 – 26
ธอร์แกน อาซาร์ / 29 / ดอร์ทมุนด์ / 45 – 9
เยเรมี่ โดกู / 20 / แรนส์ / 10 – 2
โลอิส โอเพ็นด้า / 22 / ล็องส์ / 4 – 1

หลุดโผ
มัตซ์ เซลส์ (สตราส์บูร์ก), เจสัน เดนาเยอร์ (ชาบับ อัล-อาห์ลี), เดดริค โบยาต้า (คลับ บรูช), โธมัส โฟเก็ต (แร็งส์), อเล็กซิส แซเลแมเกอร์ส (มิลาน), เดนนิส ปราเอ้ต์ (เลสเตอร์), อัลแบร์ แซมบี้ โลกอนก้า (อาร์เซน่อล), นาเซอร์ ชาดลี่ (เวสเตอร์โล), คริสเตียน เบนเตเก้ (ดีซี ยูไนเต็ด), ดิว็อค โอริกี้ (มิลาน), อัดนาน ยานาไซ (เซบีย่า)

 

 

 

โปรตุเกส กับบอลโลกครั้งสั่งลา CR7
สั่นสะเทือนวงการดีเหลือเกินกับการทิ้งระเบิดลูกนาปาล์มเดธของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ใส่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผ่านการให้สัมภาษณ์กับช่องทีวีของอังกฤษ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

แต่ประเด็นสำคัญที่ต้องเน้นตอนนี้ คือเรื่อง ฟุตบอลโลก 2022 การช่วยชาติไปให้ถึงฝั่งฝัน — ที่น่าจะเป็นฟุตบอลโลกหนสุดท้ายของชายวัยย่าง 38 อย่าง โรนัลโด้ ด้วย

 

ว่ากันตามตรง ชื่อนักเตะชุดลุยกาตาร์ของ แฟร์นันโด ซานโตส แข็งแกร่งน่าเกรงขามไม่เบา ดูหนั่นแน่นตั้งแต่หลังสุดมาหน้าสุด โดยเฉพาะเกมรุกที่เลือกลำบากเลย เมื่อคงต้องกันโควตาหนึ่งที่ไว้ให้ โรนัลโด้ ส่วนที่เหลือ อันเดร ซิลวา (แอร์เบ ไลป์ซิก), ชูเอา เฟลิกซ์ (แอตเลติโก มาดริด), ราฟาแอล เลเอา (เอซี มิลาน) ไปแย่งกันเอา

 

แต่ก็ต้องว่ากันตามตรงเพิ่มอีกว่า โปรตุเกส มีสิทธิ์จะแข็งขึ้นกว่านี้อีก ถ้าบรรดาตัวที่หลุดไปอย่าง มาริโอ รุย, เซดริก โซอาเรส, เนลซอน เซเมโด้, ชูเอา มูตินโญ่, เรนาโต้ ซานเชส, เปโดร เนโต้, กอนซาโล่ เกเดส ไม่นับ ดีโอโก้ โชต้า (บาดเจ็บ) ถูกหอบหิ้วไปกาตาร์ด้วย

 

แน่นอน ก็คงต้องตามดูกันว่า การตัดสินใจของ แฟร์นันโด ซานโตส ในการเลือกจิ้มขุมกำลังมาแบบนี้ จะปรากฏผลในท้ายที่สุดว่าอย่างไร

 

โผ 26 แข้งโปรตุเกส ชุดลุยฟุตบอลโลก 2022
ผู้รักษาประตู
รุย ปาตริซิโอ / 34 / โรม่า / 104
ดีโอโก้ คอสต้า / 23 / ปอร์โต้ / 7
โชเซ่ ซา / 29 / วูล์ฟส์ / 0

กองหลัง
เปเป้ / 39 / ปอร์โต้ / 128 – 7
ดานิโล เปเรยร่า / 31 / เปแอสเช / 63 – 2
ราฟาแอล เกร์เรยโร่ / 28 / ดอร์ทมุนด์ / 56 – 3
รูเบน ดิอาส / 25 / แมนฯ ซิตี้ / 39 – 2
ชูเอา กันเซโล่ / 28 / แมนฯ ซิตี้ / 37 -7
นูโน่ เมนเดส / 20 / เปแอสเช / 16 – 0
ดีโอโก้ ดาโล่ต์ / 23 / แมนฯ ยูไนเต็ด / 6 – 2
อันโตนิโอ ซิลวา / 19 / เบนฟิก้า / 0 – 0

กองกลาง
วิลเลี่ยม คาร์วัลโญ่ / 30 / เบติส / 75 – 5
แบร์นาร์โด้ ซิลวา / 28 / แมนฯ ซิตี้ / 72 – 8
ชูเอา มาริโอ / 29 / เบนฟิก้า / 52 – 2
บรูโน่ แฟร์นันเดส / 28 / แมนฯ ยูไนเต็ด / 48 – 9
รูเบน เนเวส / 25 / วูล์ฟส์ / 32 – 0
ชูเอา ปาลินญ่า / 27 / ฟูแล่ม / 15 – 2
มาเตอุส นูเนส / 24 / วูล์ฟส์ / 9 – 1
โอตาวิโอ / 27 / ปอร์โต้ / 7 – 2
วิตินญ่า / 22 / เปแอสเช / 4 – 0

กองหน้า
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ / 37 / แมนฯ ยูไนเต็ด / 191 – 117
อันเดร ซิลวา / 27 / แอร์เบ ไลป์ซิก / 51 – 19
ชูเอา เฟลิกซ์ / 23 / แอตฯ มาดริด / 23 – 3
ราฟาแอล เลเอา / 23 / มิลาน / 11 – 0
ริคาร์โด้ ออร์ต้า / 28 / บราก้า / 5 – 1
กอนซาโล่ รามอส / 21 / เบนฟิก้า / 0 – 0

หลุดโผ
อันโธนี่ โลเปส (ลียง), รุย ซิลวา (เบติส), มาริโอ รุย (นาโปลี), โดมิงกอส ดูอาร์เต้ (เคตาเฟ่), โชเซ่ ฟอนเต้ (ลีลล์), เซดริก โซอาเรส (อาร์เซน่อล), เนลซอน เซเมโด้ (วูล์ฟส์), ชูเอา มูตินโญ่ (วูล์ฟส์), เรนาโต้ ซานเชส (เปแอสเช), ดีโอโก้ โชต้า (ลิเวอร์พูล), เปโดร เนโต้ (วูล์ฟส์), กอนซาโล่ เกเดส (วูล์ฟส์), ฟรานซิสโก้ ตรินเกา (สปอร์ติ้ง)

 

 

 

ไกด์เถื่อน

 

 

 

อ้างอิง
WIKIPEDIA

ภาพประกอบ
Olympics

 

 

เรื่องน่าอ่าน
• บราซิลลิ่วแชมป์โลก…? : โผ 26 แข้งลุยฟุตบอลโลก 2022
• และแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 ก็ได้แก่… ทำนายผลบอลโลกด้วย AI
• เจ็บขนาดนี้…คงจะไม่ไหว : สตาร์รายใดอดไปฟุตบอลโลก 2022 บ้างแล้ว?

ทีมชาติโปรตุเกส โผรายชื่อนักเตะ ลุยฟุตบอลโลก 2022

ทีมชาติโปรตุเกส โผรายชื่อนักเตะ ลุยฟุตบอลโลก 2022

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทีมชาติโปรตุเกส นำทีมบุกบอลโลก

แบกความหวังชิ้นโตหอบใส่กระเป๋า นำมาโดย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เจ้าเก่าที่คงจะเล่นฟุตบอลโลกเป็นครั้งสุดท้าย แต่คำถามสำคัญก็คือ โปรตุเกส จะไปได้ไกลขนาดไหน ที่กาตาร์…

 

ก่อนจะไปลงลึกถึงรายละเอียดและประเด็นที่เกี่ยวข้อง ก็ดูกันเลยกับโผ 55 นักเตะเบื้องต้น preliminary squad ทีมชาติโปรตุเกส ชุดลุยฟุตบอลโลก 2022 ของกุนซือ แฟร์นันโด ซานโตส ที่เปิดเผยออกมาเมื่อ 23 ตุลาคม ก่อนที่พวกเขาจะตัดตัวให้เหลือไม่เกิน 26 คนสุดท้าย final squad เพื่อส่งรายชื่อให้กับ ฟีฟ่า ภายในวันที่ 10 พฤศจิกายน

 

รายชื่อนักเตะทีมชาติโปรตุเกส ชุดเบื้องต้นก่อนตัดตัวไปฟุตบอลโลก 2022
ผู้รักษาประตู
รุย ปาตริซิโอ / อายุ 34 / โรม่า / เล่นทีมชาติ 104 นัด
อันโธนี่ โลเปส / 32 / ลียง / 14
ดีโอโก้ คอสต้า / 23 / ปอร์โต้ / 7
รุย ซิลวา / 28 / เบติส / 1
โชเซ่ ซา / 29 / วูล์ฟแฮมป์ตัน / 0

 

กองหลัง
เปเป้ / 39 / ปอร์โต้ / เล่นทีมชาติ 128 นัด ยิง 7 ประตู
ดานิโล่ เปเรยร่า / 31 / เปแอสเช / 63 – 2
ราฟาแอล เกร์เรยโร่ / 28 / ดอร์ทมุนด์ / 56 – 3
โชเซ่ ฟอนเต้ / 38 / ลีลล์ / 50 – 1
รูเบน ดิอาส / 25 / แมนเชสเตอร์ ซิตี้ / 39 – 2
ชูเอา กันเซโล่ / 28 / แมนเชสเตอร์ ซิตี้ / 37 – 7
เซดริก โซอาเรส / 31 / อาร์เซน่อล / 34 – 1
เนลซอน เซเมโด้ / 28 / วูล์ฟแฮมป์ตัน / 24 – 0
นูโน่ เมนเดส / 20 / เปแอสเช / 16 – 0
มาริโอ รุย / 31 / นาโปลี / 12 – 0
ดีโอโก้ ดาโล่ต์ / 23 / แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด / 6 – 2
โดมิงกอส ดูอาร์เต้ / 27 / เคตาเฟ่ / 3 – 0
ฟาบิโอ การ์โดโซ่ / 28 / ปอร์โต้ / 0 – 0
ดาวิด การ์โม่ / 23 / ปอร์โต้ / 0 – 0
เธียร์รี่ กอร์เรอา / 23 / บาเลนเซีย / 0 – 0
ติอาโก้ ชาโล่ / 22 / ลีลล์ / 0 – 0
กอนซาโล่ อินาซิโอ / 21 / สปอร์ติ้ง / 0 – 0
ดีโอโก้ เลอิเต้ / 23 / อูนิโอน เบอร์ลิน / 0 – 0
นูโน่ ซานโตส / 27 / สปอร์ติ้ง / 0 – 0
อันโตนิโอ ซิลวา / 18 / เบนฟิก้า / 0 – 0
นูโน่ ตาวาเรส / 22 / มาร์กเซย / 0 – 0

 

กองกลาง
ชูเอา มูตินโญ่ / 36 / วูล์ฟแฮมป์ตัน / 146 – 7
วิลเลี่ยม คาร์วัลโญ่ / 30 / เบติส / 75 – 5
แบร์นาร์โด้ ซิลวา / 28 / แมนเชสเตอร์ ซิตี้ / 72 – 8
ชูเอา มาริโอ / 29 / เบนฟิก้า / 52 – 2
บรูโน่ แฟร์นันเดส / 28 / แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด / 48 – 9
เรนาโต้ ซานเชส / 25 / เปแอสเช / 32 – 3
รูเบน เนเวส / 25 / วูล์ฟแฮมป์ตัน / 32 – 0
ชูเอา ปาลินญ่า / 27 / ฟูแล่ม / 15 – 2
แซร์โจ้ โอลิเวียร่า / 30 / กาลาตาซาราย / 13 – 0
มาเตอุส นูเนส / 24 / วูล์ฟแฮมป์ตัน / 9 – 1
โอตาวิโอ / 27 / ปอร์โต้ / 7 – 2
วิตินญ่า / 22 / เปแอสเช / 4 – 0
ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่ / 20 / ลิเวอร์พูล / 0 – 0
ฟลอเรนติโน่ หลุยส์ / 23 / เบนฟิก้า / 0 – 0
ฟาบิโอ วิเอร่า / 22 / อาร์เซน่อล / 0 – 0

 

กองหน้า
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ / 37 / แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด / 191 – 117
อันเดร ซิลวา / 26 / แอร์เบ ไลป์ซิก / 51 – 19
กอนซาโล่ เกเดส / 25 / วูล์ฟแฮมป์ตัน / 32 – 7
ชูเอา เฟลิกซ์ / 22 / แอตเลติโก มาดริด / 23 – 3
ราฟาเอล เลเอา / 23 / เอซี มิลาน / 11 – 0
ฟรานซิสโก้ ตรินเกา / 22 / สปอร์ติ้ง / 7 – 0
ริคาร์โด้ ฮอร์ต้า / 28 / บราก้า / 5 – 1
เปาลินโญ่ / 29 / สปอร์ติ้ง / 3 – 2
เปโดร กอนซัลเวส / 24 / สปอร์ติ้ง / 2 – 0
ดาเนี่ยล โปเดนเซ่ / 27 / วูล์ฟแฮมป์ตัน / 1 – 0
เบโต้ / 24 / อูดิเนเซ่ / 0 – 0
โชต้า / 23 / เซลติก / 0 – 0
กอนซาโล่ รามอส / 21 / เบนฟิก้า / 0 – 0
วิตินญ่า / 22 / บราก้า / 0 – 0

 

• ภายหลังผ่าน “ยุคมืด” ที่ตกรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกแบบรัวๆ 3 ครั้งซ้อนระหว่างปี 1990-1998 (ทั้งที่ก็มียอดแข้งอย่าง หลุยส์ ฟิโก้, รุย คอสต้า, เจา ปินโต้, แฟร์นันโด เคาโต้, แซร์โจ้ คอนไซเซา, เปาโล ซูซ่า, วิเตอร์ บาย่า ฯลฯ ในทีม) โปรตุเกส ก็พลิกกระดานได้สำเร็จ เข้ารอบสุดท้ายบอลโลกหนนี้เป็นครั้งที่ 6 ติดต่อกัน

 

• อย่างไรก็ตาม โปรตุเกส ไม่เคยไปถึงแชมป์โลกมาก่อน ผลงานดีสุดยังคงเป็นในฟุตบอลโลก 1966 ที่แดนผู้ดี ซึ่งตำนานอย่าง ยูเซบิโอ พาทีมฝอยทองผยองเดชยึดอันดับ 3

 

• จากนั้นรองลงมาคือเป็นอันดับ 4 ฟุตบอลโลก 2006 อันเป็นการเล่นบอลโลกสมัยแรกของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

 

• จากวันนั้นจนถึงวันนี้ หากไม่เกิดดวงแตกบาดเจ็บในเดือนสุดท้ายก่อน “กาตาร์ 2022” มาถึง โรนัลโด้ ก็จะได้เล่นฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่ 5 อันเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาลเทียบเท่า อันโตนิโอ การ์บาฮัล (เม็กซิโก), โลธ่าร์ มัทเธอุส (เยอรมนี), ราฟาเอล มาร์เกซ (เม็กซิโก) และรวมถึง ลิโอเนล เมสซี่ คนดีคนเดิมของอาร์เจนติน่า

 

• สมัยที่ 5 และก็น่าจะเป็นสมัยสุดท้ายของ โรนัลโด้ ในวัย 37

 

ทีมชาติโปรตุเกส โผรายชื่อนักเตะ ลุยฟุตบอลโลก 2022• ซึ่งก็แน่นอนว่า แฟร์นันโด ซานโตส ยังคงมี โรนัลโด้ เป็นคีย์แมนแดนหน้าอยู่ในชุดนี้ แม้ผลงานกับ แมนฯ ยูไนเต็ด จะค่อนข้างดร็อปในซีซั่นนี้ (ลง 12 ยิง 2) ก็ตาม

 

• โรนัลโด้ จะไม่ถูกคัดทิ้งแน่ เช่นเดียวกับตัวประสบการณ์สูงอย่าง อันเดร ซิลวา, กอนซาโล่ เกเดส หรือ ชูเอา เฟลิกซ์ ไปจนถึง ราฟาเอล เลเอา ที่สร้างชื่อกับ เอซี มิลาน ได้อย่างน่าจับตาตลอดปีหลังๆ แม้จะเพิ่งได้โอกาสรับใช้ทีมชาติไปเพียง 11 เกมก็ตาม

 

• แต่นอกจากกลุ่มข้างต้น บรรดารายชื่อกองหน้าที่เรียกมาในชุดเบื้องต้น รวมถึง 14 ราย อาจมีมากถึงครึ่งที่ถูกคัดทิ้ง โดยเฉพาะพวกดาวรุ่งไม่เคยติดธงมาก่อนเลยอย่าง เบโต้ (24), โชต้า (23), กอนซาโล่ รามอส (21) หรือ วิตินญ่า (22)

 

ทีมชาติโปรตุเกส โผรายชื่อนักเตะ ลุยฟุตบอลโลก 2022• ในราย โชต้า นับเป็นข่าวฮือฮาเล็กๆ ในสื่ออังกฤษ เมื่อ “Jota Out / Jota In” ดีโอโก้ โชต้า กองหน้าลิเวอร์พูล (เล่นทีมชาติ 29 นัด 10 ประตู) เจ็บหนักพักยาว อดไปช่วย โปรตุเกส เตะบอลโลกหนนี้เรียบร้อยแล้ว แต่ยังมี ชูเอา เปโดร เนเวส ฟิลิเป้ “โชต้า” ปีกเด็กจาก กลาสโกว์ เซลติก ติดอยู่ในชุดเบื้องต้น ภายหลังยิง 18 ประตูให้ทีมม้าลายเขียวขาว ในระยะหนึ่งซีซั่นครึ่ง

 

• ที่จะถูกคัดทิ้งอีกเพียบเป็นสิบคนคือกลุ่มกองหลัง ที่ แฟร์นันโด ซานโตส เรียกไปอยู่ในชุดเบื้องต้นถึง 21 ราย โดยมี 9 คนในนั้นไม่เคยผ่านประสบการณ์ทีมชาติมาก่อนเลย แต่ก็พอจะคาดเดาได้ว่าที่สุดแล้ว ตัวเก๋าๆ ก็ได้ไปกันหมด นำมาโดย เปเป้ ป.ประมุข ที่ปาเข้าไป 39 แล้วยังเตะปากกองหน้าคู่แข่งได้อยู่ เช่นเดียวกับ โชเซ่ ฟอนเต้ ในวัย 38 ที่ก็ยังมีที่ทางในทีมชาติ นอกนั้นตัวดังๆ อย่าง รูเบน ดิอาส, ชูเอา กันเซโล่, ดีโอโก้ ดาโล่ต์, ดานิโล่ เปเรยร่า, มาริโอ รุย ก็จะไม่พลาดแน่

 

ทีมชาติโปรตุเกส โผรายชื่อนักเตะ ลุยฟุตบอลโลก 2022• เด็กสุดในชุดเบื้องต้นนี้ เป็น อันโตนิโอ ซิลวา เซนเตอร์แบ็กวัยเพียง 18 จากเบนฟิก้า ที่เพิ่งขึ้นชุดใหญ่ในซีซั่นนี้ แต่มีค่าฉีกสัญญาสูงถึง 100 ล้านยูโร และถูกคาดหมายว่าจะเป็นแกนหลักของ โปรตุเกส ในระยะยาว

 

• สำหรับกลุ่มกองกลางโปรตุเกส ก็เป็นชุดเดิมๆ อย่าง แบร์นาร์โด้ ซิลวา, บรูโน่ แฟร์นันเดส, ชูเอา มูตินโญ่, รูเบน เนเวส, เรนาโต้ ซานเชส ที่จะได้ไปชัวร์ แต่หนึ่งในจุดที่น่าสนใจคือ มาเตอุส นูเนส ดาวเตะรูปหล่อขวัญใจคนไทย เจ้าของค่าตัวสถิติสโมสรวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 38 ล้านปอนด์ ยังไม่มีการันตีว่าจะได้ไปฟุตบอลโลกแน่ๆ ภายหลังเพิ่งติดธงไปแค่ 9 นัด และฟอร์มกับทัพหมาป่าหลังย้ายมา ก็ยังไม่น่าประทับใจนัก

 

• ส่วนทาง ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่ เจ้าหนูวัย 20 จากลิเวอร์พูล แม้จะไม่เคยติดธงมาก่อน แต่คาดว่ามีโอกาสได้ไปสูง หลังลงเล่นสม่ำเสมอกับหงส์แดงในตลอดช่วงที่ผ่านมา

 

• ย้ำอีกทีว่าจากชุดเบื้องต้น 55 คน แฟร์นันโด ซานโตส จะตัดเหลือชุดสุดท้ายไม่เกิน 26 คน ภายใน 10 พ.ย.

 

• ทั้งนี้ โปรตุเกส อยู่ในกลุ่มเอช ร่วมกับของแข็งจากต่างทวีปทั้งสิ้น โดยมีคิวเตะดังนี้
24/11 โปรตุเกส – กาน่า
28/11 โปรตุเกส – อุรุกวัย
02/12 เกาหลีใต้ – โปรตุเกส

 

• ด้วยความที่อยู่ในกลุ่มแข็งพอตัว และไม่เคยเป็นแชมป์โลกมาก่อน ทำให้ โปรตุเกส ไม่ถูกมองว่ามีภาษีดีนักในการผงาดแชมป์สมัยแรกที่กาตาร์ เวลานี้เป็นตัวเต็งลำดับที่ 8-9 เท่านั้น ในราคาประมาณ 15/1 หรือ 16/1

 

• ยิ่งไปกว่านั้น ฟอร์มการเล่นช่วงเดือนหลังๆ ที่วูบลงไป มีหลุดแพ้ทั้ง สวิตเซอร์แลนด์ 0-1 และแพ้ สเปน สกอร์เดียวกันใน ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ก็ทำให้เป็นงานหนักอึ้งของ โรนัลโด้ และชาวคณะฝอยทอง ไม่น้อยเลย สำหรับความหวังสูงสุดในการผงาดบัลลังก์แชมป์โลกสมัยแรก ภายหลังครองแชมป์ทวีปยุโรป ยูโร 2016 สำเร็จมาแล้วในยุคสมัยของ CR7.

 

 

ไกด์เถื่อน

 

 

อ้างอิง
WIKIPEDIA
Oddschecker

ภาพประกอบ
AP
Nike
Glasgow Live
FootballTransfers

แฟชั่นฟุตบอลโลก 2022 ตอน 2

เสื้อบอลโลก 2022 ส่งกล้องมองผ้า เสื้อทีมในรอบสุดท้ายของกลุ่ม อี – เอช

เสื้อฟุตบอลโลก 2022 ของกลุ่มอี-เอช

จาก 16 ทีมในกลุ่ม เอ – ดี ที่อวดโฉมชุดแข่งในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายออกมาให้เห็น ซึ่งแต่ละทีมก็ทำออกมาได้อย่างฉูดฉาดจับตาและทำให้สนามหญ้าสีเขียวของกาตาร์​ กลายเป็นเวทีแฟชั่นฟุตบอลโลก 2022 ที่บรรดาดีไซเนอร์ของแบรนด์เสื้อผ้ากีฬาทั้งหลายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าใหญ่ อย่าง ไนกี้, อดิดาส หรือว่าเจ้าเล็ก ๆ อย่าง มาราธอน, ฮุมเมล, คัปป้า หรือว่าแบรนด์ท้องถิ่น เช่น มาจิด ต่างเค้นไอเดีย ใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่มาทำให้เสื้อของทีมที่ตัวเองดูแลมีสีสัน ที่จะว่าไปแล้วไม่แพ้เกมการเล่นอย่างแน่นอน

และวันนี้เราจะมาดูแฟชั่นฟุตบอลโลกของอีก 16 ทีมที่เหลือในกลุ่ม อี – เอช

เสื้อบอลโลก ส่องแฟชั่นของแต่ละกลุ่ม

กลุ่มอี: สเปน, คอสตาริก้า, เยอรมนี, ญี่ปุ่น

3 ใน 4 ทีมของสายนี้ ใช้บริการของอดิดาส แบรนด์ยักษ์ใหญ่ในโลกของฟุตบอล ที่ในฟุตบอลโลกหนนี้ดูจะเสียรังวัดไปไม่น้อย เพราะคู่แข่ง อย่าง ไนกี้ ครองแค็ตวอล์กแฟชั่นฟุตบอลโลก 2022 ไปเรียบร้อยเมื่อมีทีมใช้บริการมากที่สุด ขณะที่หนึ่งเดียวในกลุ่มนี้ที่ไม่เข้าพวกก็คือ คอสตาริก้า ที่ใช้บริการของนิวบาลานซ์ ซึ่งตัวเสื้อก็มาแบบเรียบ ๆ ดูคลาสสิกเน้นสีธงชาติ ชุดเหย้าสีแดง ชุดเยือนสีขาว และมีลูกเล่นที่ปลายแขนสีฟ้า ที่ดูเหมือนต่อออกมาจากตัวเสื้อ ส่วนสามทีมที่อดิดาสส่งเข้าประกวด เยอรมนีดูเก๋ด้วยแถบสีดำพาดกลางเสื้อสีขาวบริเวณหน้าอก จากคอถึงชายเสื้อ แต่ที่แปลกตาก็คือชุดเยือนที่ใช้สีแดงเลือดนกสลับดำเล่นลายกราฟิก สเปนชุดเหย้าเป็นสีแดงที่ดูเรียบ ๆ แต่ชุดเยือนสีขาวสลับกับกราฟิกในเนื้อผ้าสีฟ้าอ่อน ดูสวยดีทีเดียว ปิดท้ายด้วยญี่ปุ่น ที่ดูเตะตาทั้งชุดเหย้าสีน้ำเงินเข้มสลับน้ำเงินอ่อน และชุดขาวที่กราฟิกบริเวณไล่มาถึงปลายแขน ทำให้เสื้อที่ดูเหมือนไม่อะไรตัวนี้เตะตาขึ้นมาทันที

สเปน แฟชั่นฟุตบอลโลก 2022

เสื้อทีมชาติสเปน ที่ชุดเยือนดูเตะตามาก ๆ (ภาพ: Footy Headlines)

คอสตาริก้า แฟชั่นฟุตบอลโลก 2022

ในฟุตบอลโลก 2022 หรือแฟชั่นฟุตบอลโลก 2022 นิวบาลานซ์ มีทีมเข้าประกวดแค่ทีมเดียวคือ คอสตาริก้า (ภาพ: Footy Headlines)

เยอรมนี แฟชั่นฟุตบอลโลก 2022

ชุดเหย้าของเยอรมนีมีแถบตามยาวลากจากคอมาถึงชายเสื้อ ดูมีเสน่ห์ ส่วนชุดเหย้าก็เล่นสีได้มันส์ (ภาพ: Footy Headlines)

ญี่ปุ่น แฟชั่นฟุตบอลโลก 2022

ญี่ปุ่น หนึ่งในขาประจำเสื้อสวย ที่ในแฟชั่นฟุตบอลโลก 2022 ก็ยังสวยงามเหมือนเดิม (ภาพ: Footy Headlines)

กลุ่ม เอฟ: เบลเยี่ยม, แคนาดา, โมร็อกโก, โครเอเชีย
มีถึงสามแบรนด์มาประชันกัน พูม่าสินค้าตราเสือดูแลเสื้อให้ทีมจากแอฟริกา เสื้อชุดเหย้ายังคงเอกลักษณ์เดิม สีแดงและมีแถบสีเขียวคาดกลางหน้าอก ชุดเยือนแม้จะเป็นแพ็ทเทิร์นเหมือน ๆ ทีมอื่น ๆ ที่ใช้บริการแบรนด์เดียวกัน แต่การที่ไม่มีกรอบและพิมพ์ลายสีสีเทาอ่อน ๆ ลงในเนื้อผ้า ก็ทำให้แตกต่าง อดิดาสที่ใช้บริการโดยเบลเยี่ยม ชุดเหย้าสีแดงมีสีดำบริเวณไหล่ไปถึงแขน แล้วมีกิมมิกที่ปลายแขนเป็นกราฟิกเปลวเพลิง ชุดเยือนสีขาวดูเผิน ๆ เหมือนจะเรียบ ๆ แต่การเล่นสีบริเวณคอและปลายแขนก็ทำให้ดูดีขึ้นมา ส่วนแคนาดาที่ใช้บริการไนกี้ และไม่ได้ออกเสื้อใหม่รับฟุตบอลโลก ทำให้ตกแค็ตวอล์กแฟชั่นฟุตบอลโลก 2022 ไปเรียบร้อยมาแบบเรียบ ๆ สีแดงและขาว โดยคัตติ้งเป็นแพ็ทเทิร์นเดียวกับเสื้อหลาย ๆ ทีมในทัวร์นาเมนต์นี้ ส่วนโครเอเชีย โดดเด่นเสมอด้วยตารางหมากรุก แต่ไม่ได้ปูเต็มตัวเหมือนเคย โดยเฉพาะในชุดเยือนสีน้ำเงินเข้ม ตารางสีพื้นสลับกับฟ้า ก็ดูไม่ต่างจากงานอาร์ต

เบลเยี่ยม แฟชั่นฟุตบอลโลก 2022

ปีศาจแดงเบลเยี่ยม มาพร้อมพลังเพลิงสำหรับชุดเหย้า ขณะที่ชุดเยือนก็มาแบบเรียบ ๆ แต่มีลูกเล่นที่คอและปลายแขน (ภาพ: Footy Headlines)

แคนาดา แฟชั่นฟุตบอลโลก 2022

แคนาดาเป็นชาติเดียวที่ไม่มีเสื้อใหม่สำหรับแฟชั่นฟุตบอลโลก 2022 (ภาพ: Footy Headlines)

โมร็อกโก แฟชั่นฟุตบอลโลก 2022

พูม่ายังคงเอกลักษณ์ชุดเหย้าของโมร็อกโก ที่มีแถบสีเขียวพาดกลางหน้าอกเอาไว้ ชุดเยือนก็มีลูกเล่นนิดหน่อย ทำให้ไม่เหมือนเสื้อฟอร์แม็ตนัก (ภาพ: Footy Headlines)

โครเอเชีย แฟชั่นฟุตบอลโลก 2022

ตารางหมากรุกคือลายเซ็นบนเสื้อของโครเอเชียมาตลอด และหนนี้ก็ยังไม่หายไปไหน แต่ชุดเยือนดูเหมือนจะเข้าตามากกว่าชุดเหย้า (ภาพ: Footy Headlines)

กลุ่ม จี: บราซิล, เซอร์เบีย, สวิสเซอร์แลนด์, แคเมอรูน
แคเมอรูนคือชาติเดียวในฟุตบอลโลก 2022เดียวที่ยังไม่เปิดตัวเสื้อทีม แม้จะมาถึงเดือนตุลาคมแล้ว พวกเขาให้วันออลสปอร์ตส์ แบรนด์ที่มีเครดิตจากสายมอเตอร์สปอร์ตดูแลให้ ถึงจะยังไม่มีเสิื้อทีม แต่ก็ปล่อยชุดในวาระต่าง ๆ ของแคเมอรูนออกมาให้เห็นพอสมควร ส่วนชาติอื่น ๆ บราซิลยังใช้บริการไนกี้ ซึ่งตัวเสื้อคราวนี้ ชุดเยือนดูเด่นกว่าชุดหย้าในเวทีแฟชั่นฟุตบอลโลก 2022 เซอร์เบียกับสวิสเซอร์แลนด์ ใช้บริการของพูม่า ตัวชุดเยือนมาในคอนเซ็ปต์เดียวกับเสื้อชาติอื่น ที่ใช้บริการพูม่า มีตราทีมชาติกลางหน้าอก แล้วก็ต้องมีกรอบสี่เหลี่ยมหรือวงกลมที่มีเบอร์ผู้เล่นอยู่ข้างใน แต่สวิสฯ ดูจะฉีกออกไปเล็กน้อย เมื่อเป็นแถบคาดสีแดงขวางหน้าอก ตราทีมชาติกับโลโก้พูม่าขยับลงมาเล็กน้อย ก็ทำให้ฉีกไปจากฟอร์แม็ตที่ดูซ้ำ ๆ ได้พอสมควร ขณะที่เสื้อทีมเหย้าซึ่งใช้สีแดงเหมือนกันสวิสฯ ดูจะมีลูกเล่นมากกว่าตรงกราฟิกลายเส้นที่ขาวที่ไหล่

บราซิล แฟชั่นฟุตบอลโลก 2022

ชุดเยือนของบราซิล ดูเตะตากว่าชุดเหย้าที่ออกไปทางคลาสสิก อย่างเห็นได้ชัด (ภาพ: Footy Headlines)

สวิสเซอร์แลนด์ แฟชั่นฟุตบอลโลก 2022

สวิสเซอร์แลนด์ ยังคงใช้บริการของพูม่า ที่ทำชุดเยือนออกมาเป็นรูปแบบที่คล้ายคลึงกันทุกทีมก็ว่าได้ (ภาพ: Footy Headlines)

เซอร์เบีย แฟชั่นฟุตบอลโลก 2022

เซอร์เบีย กับชุดที่ดูเรียบ ๆ ทั้งชุดเหย้า และชุดเยือน (ภาพ: Footy Headlines)

แคเมอรูน แฟชั่นฟุตบอลโลก 2022

แคเมอรูน คือชาติเดียวที่ยังไม่เผยเสื้อทีมออกมาให้เห็นเต็มตาจนถึงขณะนี้ (ตุลาคม) (ภาพ: Footy Headlines)

กลุ่ม เอช: โปรตุเกส, กาน่า, อุรุกวัย, เกาหลีใต้
ปิดท้ายการส่งเสื้อทีมในแฟชันฟุตบอลโลก 2022 ด้วยกลุ่มที่เป็นการดวลระหว่างไนกี้กับพูม่า ที่ฝ่ายแรกส่งโปรตุเกสและเกาหลีใต้เข้าประกวด เสื้อชุดเหย้าของโปรตุเกสมาแบบเรียบ ๆ แต่เล่นกับสีธงชาติโดยสีพื้นเป็นแดงแต่มีสีเขียวพาดจากปลายแขนขวาต่อมาถึงช่วงล่างของเสื้อ ขณะที่ชุดเยือนดูเตะตากว่า สีขาวปลายแขนดำ และมีสีธงชาติแดง-เขียว พาดขวางหน้าอก เกาหลีใต้ชุดเหย้ามาในฟอร์แม็ตเดียวกับเหย้าของโปแลนด์แต่เปลี่ยนจากสีขาวมาเป็นแดง แต่ชุดเยือนถือว่าแซ่บมาก มีอารมณ์แบบงานอาร์ต สาดสีใส่ผืนผ้าใบสีดำ กานากับอุรุกวัยที่ให้พูม่าดูแล ชุดเยือนมาตามสูตรของพูม่าขณะที่ชุดเหย้าก็ไม่ได้มีอะไรหวือหวาเป็นพิเศษ ถือว่าไม่ค่อยมีเสน่ห์โดนตาสักเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับทีมอื่น ๆ

โปรตุเกส แฟชั่นฟุตบอลโลก 2022

จากสีแดงเต็มตัว หนนี้ชุดเหย้าของโปรตุเกส จะมีสีเขียวของธงพาด ขณะที่ชุดเยือนก็ออกมาดูดี และเล่นกับสีธงชาติเช่นกัน (ภาพ: Footy Headlines)

กานา แฟชั่นฟุตบอลโลก 2022

กานามาเรียบ ๆ ชุดเหย้าคล้าย ๆ กับเซอร์เบีย แต่เปลี่ยนสี มีสันที่ปลายแขน และแน่นอนชุดเยือนก็มาฟอร์แม็ตเดียวกับชุดทีมอื่น ๆ ที่พูม่าดูแล (ภาพ: Footy Headlines)

อุรุกวัย แฟชั่นฟุตบอลโลก 2022

มาแบบเรียบ ๆ ไม่หวือหวา คือนิยามของเสื้อทีมอุรุกวัยในแฟชั่นฟุตบอลโลก 2022 (ภาพ: Footy Headlines)

เกาหลีใต้ แฟชั่นฟุตบอลโลก 2022

ดูดีทั้งชุดเหย้าและเยือนสำหรับทีมชาติเกาหลีใต้ ที่เหลือก็คือฟอร์มการเล่นของทีม (ภาพ: Footy Headlines)

และนี่คือบรรดาเสื้อทีมชาติต่าง ๆ ในศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่ทำให้กาตาร์และทัวร์นาเมนต์นี้เป็นสนามแฟชันฟุตบอลโลก 2022 ไปในคราวเดียวกัน

ภาพปก: FOOTYHEADLINES
เรื่องน่าอ่าน: แฟชั่นฟุตบอลโลก 2022 ตรวจดูความสวยงามของบรรดาเสื้อทีมของ 32 ทีมสุดท้าย จากกลุ่ม เอ – กลุ่มดี

ฟุตบอลโลก 2022 กลุ่ม เอช กลุ่มของสิงห์เฒ่า การล้างแค้นของกาน่า และโอกาสของซน

ฟุตบอลโลก 2022 กลุ่ม เอช กลุ่มของสิงห์เฒ่า การล้างแค้นของกาน่า และโอกาสของซน

กลุ่มสุดท้ายของฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ กลุ่ม เอชคือกลุ่มที่เหมาะสมและลงตัวมากที่สุดก็ว่าได้ หากกำลังมองหาว่า กลุ่มไหนในฟุตบอลโลก 2022 ที่ควรค่ากับคำว่า “กลุ่มแห่งความตาย” ในกลุ่มนี้จะมีทั้งโปรตุเกสของคริสเตียโน่ โรนัลโด้, อุรุกวัยของหลุยส์ ซัวเรซกับเอดินสัน คาวานี่, เกาหลีใต้ของซนเฮืองมิน ที่ล้วนเป็นดาวยิงระดับหัวแถวที่ไม่ใช่แค่เฉพาะในลีกยุโรปเท่านั้น แต่หมายถึงของโลกได้เลย ขณะที่กาน่าอาจจะไม่มีดาวยิงระดับท็อปเท่าเพื่อนร่วมกลุ่ม แต่พลังหนุ่มของพวกเขาก็พร้อมจะทำให้ทีมอื่น ๆ สะอื้นได้เช่นกัน

กลุ่ม เอช: โปรตุเกส, กาน่า, อุรุกวัย, เกาหลีใต้

โปรตุเกส ฟุตบอลโลก 2022

โรนัลโด้กับครั้งสุดท้ายในฟุตบอลโลก 2022 (ภาพ: football32.com)

จากที่เคยเป็นไปได้สูงมากว่าฟุตบอลโลก 2022 จะเป็นฟุตบอลโลกหนสุดท้ายของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ แต่จากฟอร์มล่าสุดของซูเปอร์สตาร์รายนี้ ทั้งในระดับสโมสรและระดับชาติ เห็นได้ชัดว่าดาวเตะวัย 37 ปี กำลังโรยราเต็มที่ และน่าจะเป็นฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายในที่สุด หลังเป็นส่วนหนึ่งของทัวร์นาเมนต์นี้มีมาแล้วในปี 2006, 2010, 2014 และ 2018ซึ่งโรนัลโด้ทำประตูได้ทุกครั้ง และหากยังทำได้เหมือนในครั้งก่อน ๆ เขาจะเป็นดาวเตะคนแรกที่ยิงประตูในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 5 สมัย ส่วนเรื่องความสำเร็จของทีม ฝอยทองน่าจะผ่านรอบแรกไปได้ แต่เรื่องไปถึงแชมป์ซึ่งจะทำให้สตาร์ดังของทีมเก็บถ้วยใบสุดท้ายได้สำเร็จ ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ เมื่อทีมนักเตะคุณภาพมากมายให้เลือกใช้ อาทิ แบร์นาร์โด ซิลวา, บรูโน แฟร์นันด์ส, ดีเอโก้ โชตา อยู่ที่ว่าพวกเขาจะเจอใครในรอบต่อไปและทำได้ดีขนาดไหนกับเกมแบบนัดเดียวจบ ส่วนทีมที่ควงคู่ไปกับโปรตุเกส ดูตามหน้าเสื่อคงเป็น อุรุกวัย ที่สตาร์ดังเป็นนักเตะสว. คล้าย ๆ กัน และน่าจะเป็นฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของทั้ง หลุยส์ ซัวเรซและเอดินสัน คาวานี่ สองดาวเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชาติ ที่ไม่ต่างจากโรนัลโด้พวกเขาที่อยู่ในช่วงนับถอยหลัง จะเปล่งฟอร์มเก่งได้อย่างที่เคยหรือไม่? แล้วดาวเตะเลือดใหม่ อย่าง ดาร์วิน นูนเญซ, ฟากุนโด เปยิสตรี้ และเฟเดริโก วัลเวอร์เด้ จะซัพพอร์ตพวกสิงห์เฒ่าได้ดีแค่ไหน?

อุรุกวัย ฟุตบอลโลก 2022

สองกองหน้าเสือเฒ่า คาวานี่-ซัวเรซ จะพาอุรุกวัยไปได้ไกลแค่ไหนในฟุตบอลโลก 2022 (ภาพ: Alex Pantling/Getty Images)

โดยอุรุกวัยจะได้เจอกาน่า ที่เคยปะทะกันในรอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2010 ที่นอกจากเกมจะสนุก เข้มข้น ยังเป็นแม็ตช์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดนัดหนึ่งของฟุตบอลโลกอีกด้วย เมื่อหลุยส์ ซัวเรซทำแฮนด์บอลในนาทีสุดท้าย พาเกมไปถึงฎีกาและทีมจากกาฬทวีปพลาด แต่การเจอกันในฟุตบอลโลก 2022 เป็นเรื่องแตกต่าง เพราะนี่คือเกมในรอบแบ่งกลุ่ม และกาน่าไม่ได้มีสตาร์ดังมากมายเช่นในอดีต แล้วก็มีโอกาสมากเหลือเกินที่จะได้ลงสนามแค่ 3 นัดในฟุตบอลโลก 2022 เว้นเสียแต่ว่า ทีมคนหนุ่มจากแอฟริกาทีมนี้จะสู้ยิบตา และเค้นฟอร์มสุดยอดมาทันท่วงที ซึ่งจะทำให้กลุ่มนี้กลายเป็นกลุ่มแห่งความตายอย่างสมบูรณ์แบบขึ้นมาในทันที

เกาหลีใต้ ฟุตบอลโลก 2022

เกาหลีใต้ และซนเฮืองมิน ต้องโชว์ฟอร์มแกร่งให้เร็วกว่าที่เคยเป็นในฟุตบอลโลก 2018 หากอยากผ่านเข้ารอบของฟุตบอลโกล 2022 (ภาพ: ghanasoccernet.com)

เพราะอย่าลืมว่า อีกทีมหนึ่งในกลุ่มก็คือ เกาหลีใต้ของซนเฮืองมิน ที่สั่งลาฟุตบอลโลกหนก่อนได้น่าประทับใจ แต่ฟอร์มเก่งของพวกเขามาช้าเกินไป หลังแพ้สองนัดแรกก่อนคว่ำแชมป์เก่าเยอรมนี 2-0 ในนัดสุดท้าย ที่เป็นได้แค่ความภูมิใจเล็ก ๆ ที่ด้วยศักยภาพของซน และการร่วมแรงร่วมใจของทุกคนในทีมที่เป็นลายเซ็นของทีมชาติเกาหลีใต้มานานนม พวกเขาก็มีโอกาสไปไกลเช่นกันในฟุตบอลโลก 2022 โดยเฉพาะถ้าเปิดหัวด้วยการคว่ำอุรุกวัย ทุกนัดในสายนี้คือเกมที่ห้ามกระพริบตา โดยเฉพาะเกมนัดที่สองของกลุ่ม ที่เกาหลีใต้จะเจอกับกานา และโปรตุเกสวัดกับอุรุกวัย เพราะนี่คือเกมตัดสินเลยว่าใครจะได้เข้ารอบ

กาน่า ฟุตบอลโลก 2022

กาน่าถูกมองว่าน่าจะมีโอกาสผ่านรอบ 16 ทีมของฟุตบอลโลก 2022 ได้น้อยที่สุด เมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมกลุ่ม (ภาพ: infoguidenigeria.com)

ที่คำตอบสุดท้ายว่าอันดับเมื่อจบนัดสุดท้ายในกลุ่ม เอช ของฟุตบอลโลก 2022 ก็คือ โปรตุเกส, อุรุกวัย, เกาหลีใต้ และกาน่า

โปรแกรมกลุ่ม เอช
24 พฤศจิกายน
อุรุกวัย – เกาหลีใต้
โปรตุเกส – กาน่า

28 พฤศจิกายน
เกาหลีใต้ – กาน่า
โปรตุเกส – อุรุกวัย

2 ธันวาคม
เกาหลีใต้ – โปรตุเกส
กานา – อุรกวัย

ข้อมูล: ESPN, EURONEWS
ภาพปก: thepeoplesperson.com, Getty Images, AP, www.fifaworldcupnews.com

เรื่องน่าอ่าน: คริสเตียโน่ โรนัลโด้จะไปไกลแค่ไหน ในฟุตบอลโลก 2022 ที่น่าจะเป็นฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของเขา